โรคข้อสะโพกหลุดแต่กำเนิดยิ่งวินิจฉัยได้เร็วยิ่งง่ายต่อการรักษา

0

ขาไม่เท่ากัน ขยับได้น้อย หรือเมื่อถึงวัยเดินแล้วเด็กเดินกระเผก ตัวส่ายโยก เดินได้ช้า ก้นยื่นหลังแอ่นมาก นั่งขัดสมาธิไม่ได้ กาขาได้ไม่สุด หากเบบี๋มีอาการตามที่กล่าวมา อย่าปล่อยผ่าน เพราะนี่คืออาการของโรคข้อสะโพกหลุดแต่กำเนิด ที่หากปล่อยไว้ไม่รีบรักษา สะโพกนั้นอาจเสียหาย ส่งผลให้เดินลำบากและเจ็บปวดในอนาคต

สาเหตุของการเกิดโรคข้อสะโพกหลุดแต่กำเนิดยังไม่สามารถสรุปได้ชัดเจน อัตราเฉลี่ยการพบโรคประมาณ 1 ต่อ1000 คน ของเด็กทารกแรกเกิด โดยเฉพาะเด็กที่มีประวัติคลอดท่าก้น โรคนี้มักวินิจฉัยได้ล่าช้า เนื่องจากข้อสะโพกเป็นข้อที่อยู่ลึกถูกห่อหุ้มด้วยกล้ามเนื้อหลายชั้น จึงทำให้ไม่สามารถมองเห็นได้ชัดเจน ถ้าสะโพกหลุดข้างเดียวอาจสังเกตเห็นว่าขาไม่เท่ากัน แต่ถ้าสะโพกหลุด 2 ข้าง จะสังเกตยากกว่า ให้สังเกตการขยับของขา ถ้าสะโพกหลุดมักกางขาไม่ได้ แต่อย่างไรก็ตามถ้าสะโพกเคลื่อนแต่ยังไม่หลุด อาการจะดูปกติ ดังนั้น ถ้าเด็กคนนี้คลอดท่าก้น ควรปรึกษาแพทย์เชี่ยวชาญตั้งแต่หลังคลอด

แนวทางการรักษาโรคข้อสะโพกหลุดแต่กำเนิด สามารถรักษาได้ไม่ยาก ยิ่งวินิจฉัยได้เร็วยิ่งง่าย แต่หากปล่อยสะโพกหลุดไว้นาน หัวสะโพกและเบ้าจะเจริญบูดเบี้ยวจนแข็ง เนื้อเยื่อรอบๆ จะยึดแข็ง ไม่สามารถนำสะโพกกลับเข้าที่ได้ การรักษาในช่วงวัยทารกซึ่งสะโพกยังเป็นกระดูกอ่อนเนื้อเยื่อยังนิ่ม การเอาหัวสะโพก เข้าที่มักทำได้โดยไม่ต้องผ่าตัด ต้องใส่อุปกรณ์กางขาตลอดเวลา ประมาณ2 เดือน แต่ในกรณีที่ ไม่สามารถดึงสะโพกเข้าได้ การผ่าตัดเพื่อเอาสะโพกที่ และดามขาในท่ากางขาประมาณ 2 เดือน อาจแก้ไขได้

ในเด็กสะโพกเคลื่อนหลุดที่เดินได้แล้ว โอกาสในการใส่อุปกรณ์กางขาอย่างเดียวโดยไม่ผ่าตัดเป็นเรื่องยากขึ้นและยังรบกวนพัฒนาการการเดินของเด็กเพราะเด็กอาจต้องใส่ที่กางขานานหลายเดือน การผ่าตัดเพื่อนำเนื้อเยื่อที่ขวางในเบ้าออกจะช่วยเพิ่มโอกาสความสำเร็จโดยใส่ที่กางขาต่อเพียง 2-3 เดือนหลังผ่าได้ แต่ในรายที่กระดูกสะโพกมีความผิดรูปมาก เบ้าสะโพกแบนมากอาจต้องเพิ่มการตกแต่งกระดูกเบ้าสะโพกและหรือหัวสะโพกให้มั่นคงขึ้นก่อนใส่อุปกรณ์กางขา 

ทั้งนี้ ผลข้างเคียงจากการผ่าตัดแก้ไขสะโพกหลุดคือ การหลุดเคลื่อนซ้ำ ซึ่งป้องกันได้โดยแพทย์ที่มีประสบการณ์ อีกกรณีคือเด็กมีภาวะสะโพกหลุดซับซ้อนที่มีกล้ามเนื้อรอบสะโพกอ่อนแรงหรือหดเกร็ง แพทย์จะสามารถแนะนำความเสี่ยงได้ก่อนผ่าตัด การผ่าตัดแก้สะโพกเคลื่อนหลุดแต่เกิดที่ไม่ซับซ้อนให้ผลสำเร็จสูงกว่า 95 เปอร์เซ็นต์ ในเด็กที่อายุน้อยกว่า 5-6 ปี การผ่าตัดที่อายุมากกว่านี้มีความเสี่ยงว่าจะไม่สำเร็จได้มากขึ้น ผ่าเข้าที่แล้ว มีโอกาสหลุดซ้ำ ยิ่งถ้าเข้าวัยรุ่นแล้ว ความพยายามผ่าเอาสะโพกเข้าที่อาจทำให้เจ็บได้ เนื่องจากหัวสะโพกแข็งผิดรูปมากแล้วเมื่อเสียดสีกับเบ้าโอกาสเกิดกระดูกอ่อนสึกจนเจ็บปวดอาจเกิดขึ้น รวมทั้งเนื้อเยื่อรอบสะโพกที่แข็งเสียความยืดหยุ่นจนไม่สามารถให้ความมั่นคงต่อสะโพกได้

ทางที่ดีควรรู้และรักษาเร็วก่อนเข้าวัยประถม ผู้ปกครองต้องเตรียมตัวและทำใจให้พร้อมกับวิธีการรักษา ความเจ็บปวดจากการผ่าตัดจะเกิด 1-2 วันแรกหลังผ่า ซึ่งแพทย์วิสัญญีจะใช้ยาควบคุมความปวดไม่ให้เกิดขึ้นมาก การดูแลหลังผ่าจะมีมาตราการ ตามขั้นตอนเพื่อป้องกันผลข้างเคียง การติดเชื้อและภาวะแทรกซ้อนอื่นๆ หลังผ่า ความลำบากในการอยู่ในเฝือกกางขากว่า 2 เดือน เป็นสิ่งที่ต้องเตรียมใจ เมื่อเอาเฝือกออก แล้วสะโพกยึด เป็นเรื่องปกติที่จะค่อยๆ หายเองใน 3 เดือนขึ้นไป ขึ้นอยู่กับอายุที่ผ่าตัด ยิ่งอายุมากยิ่งใช้เวลานาน

โรคข้อสะโพกหลุดแต่กำเนิด ยิ่งวินิจฉัยได้เร็วยิ่งง่ายต่อการรักษา ยิ่งอายุมากยิ่งมีความเสี่ยงในการผ่าตัดและใช้เวลานานในการรักษาตัว ดังนั้น พ่อแม่ต้องหมั่นสังเกตเบบี๋ หากพบความผิดปกติควรรีบพาไปพบแพทย์

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *