ผู้ป่วยโรคหัวใจละเลยสุขภาพช่องปาก เสี่ยงอันตรายถึงชีวิต

0

สุขภาพช่องปาก เป็นเรื่องที่ควรให้ความใส่ใจและดูแลอย่างมาก โดยเฉพาะในผู้ป่วยโรคหัวใจ เนื่องจากปัญหาโรคเหงือกและฟันมีความเกี่ยวข้องกับโรคหัวใจ หากละเลยสุขภาพช่องปาก จนเกิดฟันผุ เหงือกอักเสบ ทำให้เสี่ยงติดเชื้อในกระแสเลือด ส่งผลให้เสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจหรือมีผลเสียต่อโรคหัวใจเพิ่มขึ้น

โรคหัวใจและหลอดเลือดยังเป็นสาเหตุอันดับหนึ่งของการเสียชีวิตของประชากรโลก ด้วยเหตุนี้จึงทำให้คนทั่วโลกหันมาสนใจดูแลสุขภาพมากขึ้นเพื่อให้ห่างไกลโรคนี้ สำหรับปัจจัยที่ก่อให้เกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดมีมากมาย อาทิ โรคความดันโลหิตสูง ภาวะน้ำตาลในเลือดสูง การสูบบุหรี่ และที่หลายคนอาจไม่รู้ คือ ฟันผุและเหงือกอักเสบ สามารถนำไปสู่การเป็นโรคหัวใจได้ โดยผู้ที่เป็นโรคปริทันต์มีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคหัวใจและหลอดเลือดมากกว่าคนที่ไม่ได้เป็นถึง 3 เท่า

หากพบว่าในช่องปากมีโรคเหงือก ฟันผุ หรือหนองจากฟันผุทะลุโพรงประสาทฟัน จะทำให้เกิดอาการปวดฟัน รากฟันอักเสบเป็นหนอง และอาจเกิดการติดเชื้อจากแบคทีเรียแทรกซึมเข้าสู่กระแสเลือดไปตามอวัยวะต่าง ๆ รวมถึงหัวใจ ทำให้เกิดพยาธิสภาพที่หัวใจได้ นอกจากนี้ ยังส่งผลต่อระบบการกลืนอาหาร การหายใจ หรือการมองเห็น ดังนั้น การดูแลสุขภาพช่องปากจึงมีความสำคัญ ไม่เพียงเพื่อป้องกันการเกิดโรคในช่องปาก แต่รวมถึงโรคต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้นตามมาจากปัญหาสุขภาพช่องปาก

สาเหตุ หรือปัจจัยเสี่ยง ที่ส่งผลทำให้เกิดปัญหาสุขภาพช่องปากต่าง ๆ มักเกิดจากพฤติกรรมของผู้ป่วย อาทิ

1. การสูบบุหรี่ ทำให้เกิดปัญหากลิ่นปาก และโรคปริทันต์อักเสบ

2. การรับประทานของหวาน ของว่างระหว่างมื้อบ่อย ๆ อาจทำให้เกิดฟันผุ ฟันผุทะลุโพรงประสาทฟัน

3. การเคี้ยวของแข็ง ส่งผลทำให้ฟันบิ่น หรือฟันแตก

4. การรับประทานยาหลายชนิด อาจทำให้เกิดภาวะปากแห้ง

5. การแปรงฟันแรง แปรงฟันไม่ถูกวิธี อาจทำให้ฟันสึก หรือฟันผุ

ดังนั้น ควรหลีกเลี่ยงพฤติกรรมเหล่านี้ เพื่อลดความเสี่ยงปัญหาสุขภาพช่องปากในอนาคต

ข้อควรระวัง และการเตรียมตัวในการทำฟันของผู้ป่วยโรคหัวใจ

1. ควรปรึกษาแพทย์ประจำตัว ขอใบรับรองแพทย์เพื่อยืนยันว่าสามารถทำฟันได้หรือไม่ รวมถึงข้อควรระวัง ชนิดของโรคหัวใจที่เป็น และยาที่รับประทานอยู่

2. ต้องแจ้งทันตแพทย์ทุกครั้งเกี่ยวกับชนิดของโรคหัวใจ ยาที่รับประทาน รวมถึงปัญหาที่ผู้ป่วยเคยมีในการทำฟัน เพื่อป้องกันการเกิดปัญหาซ้ำ

3. ปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ประจำตัวและทันตแพทย์อย่างเคร่งครัดในการปรับ หรืองดยาละลายลิ่มเลือด การเจาะเลือดก่อนการทำฟัน การรับประทานยาปฏิชีวนะก่อนทำฟัน และการปฏิบัติตนภายหลังการทำฟัน

4. ผู้ป่วยไม่ควรหยุดยาใด ๆ มาเอง หากไม่ได้รับคำแนะนำจากแพทย์หรือทันตแพทย์

วิธีการดูแล และป้องกันการเกิดปัญหาสุขภาพช่องปากที่ควรปฏิบัตินั้น ควรเริ่มจาก

1. แปรงฟันอย่างถูกวิธีด้วยแปรงสีฟันขนนุ่มและยาสีฟันที่มีส่วนผสมของฟลูออไรด์ วันละ 2 ครั้ง เช้าและก่อนนอน

2. ใช้ไหมขัดฟัน หรือแปรงซอกฟันเพื่อทำความสะอาดบริเวณด้านประชิดของฟัน

3. ควรพบทันตแพทย์ตามนัดหมายเป็นประจำทุก 6 เดือน

ทั้งนี้ หากปรับพฤติกรรมที่ไม่ดีร่วมกับการดูแลฟันอย่างถูกวิธีตามคำแนะนำของแพทย์ ก็สามารถช่วยลดปัญหาสุขภาพช่องปากในระยะยาวลงได้

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *