อาหารเสริมสำหรับเด็ก สำคัญมากน้อยเพียงใด

ด้วยยุคของเทคโนโลยีการสื่อสารในปัจจุบัน เราจะเห็นว่ามีสื่อโฆษณาออกมาแข่งขันกันสูงไม่ว่าจะเป็นธุรกิจใดๆก็ตาม แต่ที่คุณพ่อคุณแม่จะสนใจกันเป็นพิเศษก็คงจะไม่พ้นในเรื่องของลูกน้อย ไม่ว่าจะในเรื่อง เสื้อผ้า รองเท้า ของเล่น หรือแม้แต่อาหารเสริมเด็ก โดยทั่วไป เราจะให้อาหารสำหรับเด็กเมื่อเด็กมีอายุประมาณ 6 เดือนขึ้นไป
การเริ่มให้อาหารของลูกน้อยควรให้รู้จักอาหารเสริมเด็กทีละชนิดนั้น เพื่อให้คุณแม่สังเกตระบบย่อยอาหาร ระบบขับถ่ายว่า ทารกท้องเสียหรือไม่ หรือผิวหนังของลูกว่ามีการเปลี่ยนแปลงหรือไม่ อย่างไร เช่น จากการแพ้อาหารบางชนิด หรือเป็นเด็กแพ้นมวัว ถ้าหากลูกท้องเสียบ่อยครั้งและมีผื่นคันขึ้นร่วมด้วย ทั้งนี้ยังช่วยให้ลูกมีเวลารับรู้และชื่นชอบกลิ่นรสชาติใหม่ๆ และความหยาบ/ละเอียดของอาหารแปลกใหม่ คุณแม่ควรใส่ใจกับความหยาบ/ละเอียด ความข้นหนืด และปริมาณของอาหารเสริมที่ป้อนให้ลูกน้อยทาน ควรเริ่มทีละน้อยด้วยการป้อนอาหารบดเหลวผสมนมแม่ หรือน้ำซุปครั้งละ 1-2 ช้อนชา และค่อยๆ เพิ่มขนาดบริโภคและความหยาบของอาหารเมื่ออายุเพิ่มขึ้น และเมื่อลูกสามารถทานอาหารหยาบได้มากขึ้น จึงค่อยๆ เพิ่มมื้ออาหาร จาก 1 มื้อ เมื่ออายุ 6 เดือน เป็น 2 มื้อ เมื่ออายุ 8 เดือน และ เป็น 3 มื้อเมื่ออายุ 10 เดือน ตามลำดับ
นอกจากนี้ หากลูกน้อยของคุณมีพฤติกรรมในการรับประทานอาหารที่ไม่เหมือนกับเด็กทั่วไป หรือมีสุขภาพที่ไม่แข็งแรง อาจนำไปปรึกษาแพทย์เพื่อแนะนำให้รับประทานวิตามินรวมหรือแร่ธาตุเสริม โดยเด็กที่แพทย์จะแนะนำให้เพิ่มเติมสารอาหาร คือ

1. เด็กที่ไม่ได้รับประทานอาหารตามปกติ หรือรับประทานอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการไม่เพียงพอ
2. เด็กที่เลือกรับประทานอาหารเพียงบางอย่าง
3. เด็กที่มีปัญหาสุขภาพ เช่น โรคหืด หรือโรคระบบทางเดินอาหาร เป็นต้น
4. เด็กที่รับประทานอาหารมังสวิรัติ อาหารที่ไม่มีส่วนผสมของนม หรือเด็กที่จำกัดการรับประทานอาหารบางชนิด
5. เด็กที่ชอบรับประทานอาหารขยะ อาหารแปรรูป ขนมขบเคี้ยว หรือดื่มน้ำอัดลมในปริมาณมาก
6. เด็กที่กำลังใช้ยารักษาโรค เนื่องจากยาบางชนิดอาจส่งผลกระทบต่อความอยากอาหารได้
วิตามินและแร่ธาตุที่จำเป็นสำหรับพัฒนาการเด็ก โดยปกติ ร่างกายของเด็กย่อมต้องการวิตามินและแร่ธาตุที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโต และการขาดวิตามินหรือแร่ธาตุตัวใดตัวหนึ่งไปก็อาจส่งผลกระทบต่อพัฒนาการของเด็กได้
วิตามินแบ่งออกได้เป็น 2 กลุ่ม คือ
1. วิตามินที่ละลายได้ในไขมัน ได้แก่ วิตามินเอ วิตามินดี วิตามินอี และวิตามินเค แต่หากสะสมในร่างกายมากเกินไปก็อาจมีผลกระทบต่อตับและสมองได้
2. วิตามินที่ละลายได้ในน้ำ เช่น วิตามินบี 1 บี 2 บี 6 บี 12 และวิตามินซี เป็นต้น ซึ่งร่างกายสามารถขับวิตามินเหล่านี้ออกไปได้เองหากมีปริมาณมากเกิน
แร่ธาตุ มีแร่ธาตุเพียงไม่กี่ชนิดเท่านั้นที่จำเป็นสำหรับร่างกายมนุษย์ โดยปริมาณสารอาหารกลุ่มแร่ธาตุที่แนะนำให้บริโภคได้กำหนดไว้ 7 ชนิด ได้แก่ แคลเซียม ไอโอดีน แมกนีเซียม ฟอสฟอรัส ซีลีเนียม เหล็ก และสังกะสี
ทั้งนี้ หากลูกของคุณมีอาการเบื่ออาหาร อ่อนเพลีย น้ำหนักลด นอนไม่ค่อยหลับ และกระสับกระส่าย อาจเป็นเพราะลูกน้อยของคุณอยู่ในกลุ่มที่ขาดวิตามินและแร่ธาตุ ดังนั้น คุณพ่อคุณแม่ควรปรึกษาแพทย์และไม่ควรเลือกซื้ออาหารเสริมเองเพราะอาจไม่ปลอดภัยและอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ Mead Johnson ni ขอเป็นส่วนหนึ่งในการดูแลลูกน้อยของคุณ


0
July 14, 2019