สำหรับแม่ลูกอ่อนที่อยู่ในช่วงให้นมบุตรนั้น
อาหารแม่ลูกอ่อนอาหารแม่ลูกอ่อนถือเป็นเรื่องที่ต้องใส่ใจและระมัดระวังเป็นพิเศษ เนื่องจากอาหารการกินของมารดาจะส่งผลไม่ยังคุณภาพของน้ำนม ทำให้ทารกได้รับสารบางอย่างที่มาพร้อมกับอาหารที่คุณแม่รับประทานไปด้วย ซึ่งอาหารที่บรรดาแม่ๆ ควรหลีกเลี่ยงในช่วงนี้มีดังต่อไปนี้
1. อาหารทะเล
ในอาหารทะเล มีโอกาสที่จะมีสารเคมีหรือโลหะหนักปนเปื้อนอยู่สูงมาก อาจส่งผลเสียต่อพัฒนาการและระบบประสาทส่วนกลางของลูกได้ หากอยากรับประทานมากๆ อาจเลือกเป็นปลาซาร์ดีน ปลาแซลมอน และปลาทูน่า ที่อุดมไปด้วยโอเมก้า 3 และสารอาหารอื่น ๆ ที่จำเป็นต่อพัฒนาการของลูก และควรอยู่ในปริมาณที่เหมาะสม
2. อาหารปรุงไม่สุกและอาหารค้างคืน
หลีกเลี่ยงอาหารที่ปรุงไม่สุกทุกชนิด เพราะอาจทำให้เกิดภาวะติดเชื้อจนมีอาการท้องเสียหรืออาหารเป็นพิษตามมาได้ รวมไปถึงอาหารค้างคืนที่นำมาอุ่นใหม่หรืออาหารที่ผ่านการต้มหรือตุ๋นเป็นเวลานาน ๆ ซึ่งทำให้คุณค่าทางโภชนาการน้อยลง และยังเสี่ยงต่อการปนเปื้อนของเชื้อจุลินทรีย์ที่ทำให้เกิดอาการท้องเสีย
3. เครื่องดื่มแอลกอฮอล์
ปริมาณที่เหมาะสมสำหรับแม่ลูกอ่อน คือ ครั้งละ 1-2 แก้ว ไม่เกินหนึ่งครั้งต่อวัน และห้ามดื่มมากกว่าสองครั้งต่อสัปดาห์ หากดื่มแล้วควรรอประมาณ 1-2 ชั่วโมงเพื่อให้แอลกอฮอล์ถูกขับออกจากกระแสเลือดให้หมดแล้วถึงสามารถให้นมลูกได้ แต่ให้ดีที่สุดควรงดเครื่องดื่ม เพื่อพัฒนาการที่ดีทางด้านสมองของลูกและสุขภาพที่ดีของตัวคุณแม่
4. ผลไม้ที่มีรสเปรี้ยวบางชนิด
ผลไม้รสเปรี้ยวบางชนิดทำให้ทารกเกิดอาการระคายเคืองได้ เช่น ส้มและมะนาว ก่อให้เกิดอาการจุกเสียด มีอาการคันตามผิวหนังหรือเป็นผื่นผ้าอ้อม แต่หากต้องการเพิ่มวิตามินซีในน้ำนม แนะนำให้รับประทานสับปะรดหรือมะม่วงแทน
5. อาหารจำพวกนมถั่วเหลือง ข้าวสาลี ข้าวโพด และถั่ว
อาจเกิดอาการแพ้จากการได้รับโปรตีนที่มีอยู่ในอาหาร โดยเฉพาะสารที่ทำให้เกิดภูมิแพ้ที่มีอยู่ในถั่วลิสง อาจทำให้เด็กมีอาการหายใจเสียงดัง มีผื่นขึ้นหรือเป็นลมพิษได้ รวมถึงอาการแพ้กลูเตนที่พบได้ในข้าวสาลี อาจทำให้มีอาการท้องอืด มีแก๊สในกระเพาะและทำให้
ทารกท้องเสียได้
6. เครื่องดื่มและขนมที่มีสารคาเฟอีน
เมื่อรับประทานอาหารที่มีคาเฟอีนเข้าไปจะคงอยู่ในร่างกายนานถึง 5-7 ชั่วโมง ใช้เวลาขับออกจากร่างกายจนหมดนาน 24 ชั่วโมง ส่งผลทำให้เกิดอาการกระวนกระวาย น้ำมูกไหล และหลับยากในทารก
7. อาหารรสจัด
การรับประทานอาหารรสจัดในมารดาจะส่งผลในเรื่องของอารมณ์ของลูก ที่จะมีอาการหงุดหงิดง่าย ร้องไห้ไม่หยุด นอนหลับน้อย และตื่นขึ้นมาภายในระยะเวลาอันรวดเร็ว ควรเลือกอาหารที่มีส่วนผสมของกระเทียมที่มีสารอัลลิซินแทน ซึ่งถือเป็นหนึ่งใน
อาหารบำรุงน้ำนมและช่วยให้ลูกกินนมแม่ได้เยอะขึ้น
8. อาหารที่ทำจากนมวัว
หากคุณแม่รับประทานอาหารหรือขนมที่มีส่วนผสมของนมวัวเข้าไป อาจทำให้ทารกท้องเสียหรือเกิด
อาการแพ้นมวัวได้ อาจมีอาการกรดไหลย้อนและปัญหาน้ำหนักตัวเพิ่ม
9. ผักและผลไม้ที่ทำให้เกิดแก๊สในกระเพาะอาหาร
เลี่ยงผักตระกูลกะหล่ำ เช่น ดอกกะหล่ำ บรอกโคลี หน่อไม้ฝรั่ง และควรเลี่ยงกินผลไม้บางประเภท เช่น กล้วยหอม สตรอเบอร์รี และลูกพรุนที่เต็มไปด้วยแก๊ส ส่งผลให้ทารกมีลมในกระเพาะอาหาร แน่นท้อง ท้องอืด
เนื่องจากในวัยนี้นมแม่นั้นถือเป็นอาหารหลักของลูกน้อย
อาหารเสริม สำหรับเด็กอาจยังไม่จำเป็น การรักษาคุณภาพน้ำนมจึงถือเป็นเรื่องสำคัญ เพื่อป้องกันปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพของลูกน้อย และยังทำให้พัฒนาการของลูกเป็นไปได้ด้วยดีอีกด้วย