พัฒนาการเด็กในแต่ละช่วงวัยมีความแตกต่างกัน การที่จะส่งเสริมให้เด็กมีพัฒนาการตามช่วงวัยนั้น สิ่งสำคัญ คือ การเรียนรู้ก่อนว่าเด็กแต่ละวัยมีพัฒนาการอย่างไรบ้าง เพื่อที่คุณพ่อคุณแม่จะได้ช่วยกันส่งเสริมพัฒนาการของลูกน้อยให้เติบโตอย่างสมวัยมากที่สุด โดยวันนี้เราจะมาพูดถึงพัฒนาการเด็กในวัย 6-9 เดือนกันว่าเป็นอย่างไรบ้าง
พัฒนาการเด็ก 6 - 9 เดือน ในวัยนี้ เด็กจะนั่งได้ดีขึ้น เพราะเริ่มควบคุมกล้ามเนื้อส่วนต่างๆได้ดีขึ้น คือ สามารถยันตัวจากท่าคว่ำเป็นท่าคลานสี่ขาและทิ้งน้ำหนักตัวเป็นท่ากึ่งนั่งได้แล้ว และสามารถคลานหรือคืบไปมาได้ และเนื่องจากสามารถคลาน หรือ นั่งได้แล้ว คุณแม่ยิ่งต้องดูแลเป็นพิเศษ เพราะอาจเกิดอันตรายจากการตกเตียงหรือเก้าอี้ได้ และลูกจะเริ่มคันเหงือกเพราะฟันกำลังจะขึ้น คุณพ่อคุณแม่ต้องให้ลูกกัดยางหรือผลไม้ที่หั่นเป็นชิ้นแช่ตู้เย็น นิ้วมือและตาทำงานประสานกันได้ดียิ่งขึ้น ลูกน้อยจะเห็นของชิ้นเล็กๆที่อยู่บนพื้นและใช้นิ้วโป้งและนิ้วชี้หยิบของนั้นขึ้นมาได้ และเด็กจะมองหาของที่หล่นจากมือหรือตกจากที่ที่มันเคยมีอยู่ได้แล้ว ไม่ได้มองแต่ที่เดิมที่เคยมีของอยู่อีกต่อไป ส่วนในเรื่องของการพูด เด็กวัยนี้สามารถพูดได้บ้างแล้ว โดยทำเสียงพยางค์ 1-2 พยางค์ซ้ำๆกัน ได้ เข่น มะมะ เราอาจฟังแล้วไม่เข้าใจว่าลูกพูดอะไร แต่ที่แน่ๆ ลูกเข้าใจความหมายที่คุณสื่อกับเขาได้มากขึ้นแน่นอน ในวัยนี้ลูกจะชอบเล่นกระจก แยกแยะตัวเองและเงาที่เห็นในกระจกได้แล้ว โดยอาจมีการแสดงพฤติกรรม ยิ้มใส่กระจก หรือตีกระจกบ้าง และให้คุณพ่อคุณแม่ลองเรียกชื่อลูกบ่อยๆ เพราะเขาจะรู้จักชื่อตัวเองแล้ว นอกจากการส่งเสริมพฤติกรรมของเด็กแล้ว เรายังต้องสนใจในเรื่องของอาหารการกินด้วย และอาหารหลักของเด็กวัยนี้ คือ นมแม่ ซึ่ง
ประโยชน์นมแม่นั้นมีมากมาย มีสารอาหารที่สำคัญที่ช่วยสร้างพัฒนาการทางด้านร่างกาย อารมณ์ และจิตใจ อย่างเช่น สาร
mfgm คือ เยื่อหุ้มอนุภาคไขมันในนม ที่ประกอบด้วยโปรตีนและไขมันกว่า 150 ชนิด โดยเมื่อได้ทำงานกับดีเอชเอ จะสร้างจุดการเชื่อมต่อเซลล์ประสาทของสมองได้ดีขึ้น ทำให้สมองของลูกรักพัฒนาได้อย่างสมวัย เป็นต้น และในนมแม่ไม่ดีมีแค่สารนี้เท่านั้น ยังมีสารอาหารอีกหลายอย่างที่ลูกน้อยควรได้รับด้วย เพราะฉะนั้นการทานนมแม่จึงสำคัญต่อลูกในช่วงวัยนี้มาก
เมื่อเราเข้าใจในเรื่อง
พัฒนาการเด็ก 6-9 เดือนกันแล้ว เราควรที่จะให้ลูกทานอาหารที่เหมาะสมตามวัย และส่งเสริมพัฒนาการของเด็ก โดยฝึกให้ลุกได้ทำตามความสามารถทางร่างกาย อารมณ์ของลูก และหากพบว่าลูกไม่ตอบสนองต่อการเล่นตามวัยที่ควรเป็น และสงสัยว่าลูกอาจมีพัฒนาการช้า ให้คุณพ่อคุณแม่พาลูกมาพบคุณหมอเพื่อตรวจเช็คทางด้านพัฒนาการของลูกอีกทีว่า เป็นอย่างไรบ้าง มีพัฒนาการช้าหรือไม่ เพื่อคุณพ่อคุณแม่จะได้ร่วมมือกับคุณหมอในการพัฒนาลูกต่อไป เพื่อให้ลูกกลับมามีพัฒนาการตามวัยที่สมบูรณ์ที่สุด