Radiesse คืออะไร? ฟิลเลอร์กระตุ้นคอลลาเจน ช่วยยกกระชับผิวได้จริงหรือไม่
เมื่อพูดถึงการฟื้นฟูผิวและปรับรูปหน้า หลายคนอาจคุ้นเคยกับฟิลเลอร์ประเภท Hyaluronic Acid (HA) แต่ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา
Radiesse ได้รับความนิยมมากขึ้นในกลุ่มผู้ที่ต้องการผลลัพธ์ที่มากกว่าการเติมเต็ม เพราะนอกจากช่วยเพิ่มวอลลุ่มให้ผิวแล้ว ยังสามารถกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนตามธรรมชาติของร่างกายได้อีกด้วย
บทความนี้จะพาไปรู้จักว่า Radiesse คืออะไร แตกต่างจากฟิลเลอร์ทั่วไปอย่างไร เหมาะกับใครบ้าง และผลลัพธ์อยู่ได้นานแค่ไหน
Radiesse คืออะไร?Radiesse เป็นสารเติมเต็ม (Dermal Filler) ที่มีส่วนประกอบหลักคือ Calcium Hydroxylapatite (CaHA) ซึ่งเป็นแร่ธาตุที่พบได้ตามธรรมชาติในกระดูกและฟันของมนุษย์ ได้รับการรับรองจากองค์การอาหารและยาสหรัฐอเมริกา (FDA) สำหรับการแก้ไขริ้วรอยร่องลึกบนใบหน้าและการฟื้นฟูหลังมือที่สูญเสียปริมาตรตามวัย
Radiesse มีลักษณะเป็นไมโครสเฟียร์ของ CaHA แขวนลอยอยู่ในเจล เมื่อฉีดเข้าสู่ผิวจะช่วยเติมเต็มบริเวณที่ยุบตัวทันที พร้อมกระตุ้นให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนใหม่ในระยะยาว
Radiesse ทำงานอย่างไร?Radiesse มีจุดเด่นที่เรียกว่า Dual Action Effect หรือการทำงาน 2 ขั้นตอน
1. เติมเต็มทันทีหลังฉีดเจลที่อยู่ในผลิตภัณฑ์จะช่วยเพิ่มปริมาตรให้ผิวทันที ทำให้ริ้วรอย ร่องแก้ม หรือบริเวณที่ยุบตัวดูเต็มขึ้นทันทีหลังทำ
2. กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในระยะยาวหลังจากฉีดเข้าสู่ผิว ร่างกายจะค่อย ๆ สร้างคอลลาเจนและอีลาสตินรอบอนุภาค CaHA ส่งผลให้ผิวมีความแน่น กระชับ และคุณภาพผิวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง แม้เจลส่วนหนึ่งจะถูกดูดซึมไปแล้วก็ตาม
Radiesse ช่วยเรื่องอะไรบ้าง?Radiesse ถูกนำมาใช้ในหลากหลายจุดบนใบหน้าและร่างกาย โดยเฉพาะบริเวณที่ต้องการการพยุงโครงสร้างผิว
ช่วยเติมเต็มร่องลึก- ร่องแก้ม (Nasolabial Fold)
- ร่องมุมปาก
- ริ้วรอยระดับปานกลางถึงรุนแรง
ช่วยปรับกรอบหน้า- แนวกราม (Jawline)
- คาง
- แก้มตอบ
ฟื้นฟูคุณภาพผิว- เพิ่มความแน่นของผิว
- กระตุ้นคอลลาเจนและอีลาสติน
- ช่วยให้ผิวดูอ่อนเยาว์ขึ้น
ฟื้นฟูหลังมือFDA รับรองการใช้ Radiesse สำหรับแก้ปัญหาหลังมือที่สูญเสียไขมันและปริมาตรจากวัยที่เพิ่มขึ้น
Radiesse แตกต่างจากฟิลเลอร์ HA อย่างไร?Radiesse- ส่วนประกอบหลักคือ Calcium Hydroxylapatite
- กระตุ้นคอลลาเจนได้
- เหมาะกับการสร้างโครงหน้า
- ผลลัพธ์อยู่ได้นานกว่าในหลายกรณี
- ไม่สามารถสลายด้วย Hyaluronidase ได้
ฟิลเลอร์ HA- ส่วนประกอบหลักคือ Hyaluronic Acid
- เน้นเติมเต็มและกักเก็บน้ำ
- เหมาะกับการเติมเต็มจุดละเอียด
- อายุผลลัพธ์เฉลี่ย 6-12 เดือน
- สามารถสลายได้ด้วย Hyaluronidase
ข้อมูลจาก FDA ระบุว่า CaHA สามารถคงผลลัพธ์ได้ประมาณ 18 เดือน ในขณะที่ฟิลเลอร์ HA ส่วนใหญ่อยู่ได้ประมาณ 6-12 เดือน ขึ้นอยู่กับชนิดและตำแหน่งที่ฉีด
Radiesse อยู่ได้นานแค่ไหน?โดยทั่วไป Radiesse สามารถคงผลลัพธ์ได้ประมาณ 12-18 เดือน และในบางรายอาจเห็นผลต่อเนื่องได้นานกว่านั้น ขึ้นอยู่กับสภาพผิว อายุ การเผาผลาญของร่างกาย และเทคนิคการฉีดของแพทย์
เนื่องจากมีการกระตุ้นคอลลาเจนใหม่ ผลลัพธ์ที่ได้จึงไม่ได้เกิดจากสารเติมเต็มเพียงอย่างเดียว แต่ยังเกิดจากโครงสร้างผิวที่ได้รับการฟื้นฟูในระยะยาวด้วย
ใครบ้างที่เหมาะกับ Radiesse?Radiesse เหมาะสำหรับผู้ที่
- มีปัญหาผิวหย่อนคล้อยเล็กน้อยถึงปานกลาง
- ต้องการปรับกรอบหน้าให้ชัดขึ้น
- มีร่องลึกบริเวณร่องแก้มหรือมุมปาก
- ต้องการกระตุ้นคอลลาเจนร่วมกับการเติมเต็ม
- ต้องการผลลัพธ์ที่อยู่ได้นานกว่าฟิลเลอร์ทั่วไป
โดยแพทย์จะเป็นผู้ประเมินว่าบริเวณใดเหมาะกับการใช้ Radiesse หรือควรใช้ฟิลเลอร์ประเภทอื่นแทน
ข้อควรรู้ก่อนฉีด Radiesseแม้ Radiesse จะได้รับการรับรองด้านความปลอดภัยและมีการใช้งานทั่วโลกมานาน แต่ควรฉีดโดยแพทย์ที่มีประสบการณ์ด้านกายวิภาคใบหน้าโดยเฉพาะ เพราะการฉีดฟิลเลอร์ทุกชนิดมีความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อน เช่น การอุดตันของหลอดเลือด อาการบวม ช้ำ หรือก้อนนูนได้หากฉีดไม่ถูกต้อง
อีกประเด็นสำคัญคือ Radiesse ไม่ใช่ฟิลเลอร์ประเภท HA จึงไม่สามารถสลายด้วยเอนไซม์ Hyaluronidase ได้เหมือนฟิลเลอร์ HA ดังนั้นการวางแผนการรักษาและการเลือกแพทย์จึงมีความสำคัญอย่างมาก
สรุปRadiesse เป็นฟิลเลอร์ประเภท Calcium Hydroxylapatite (CaHA) ที่มีจุดเด่นทั้งในด้านการเติมเต็มและการกระตุ้นคอลลาเจน เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการฟื้นฟูโครงสร้างผิว ปรับกรอบหน้า และลดเลือนริ้วรอยลึก โดยผลลัพธ์สามารถอยู่ได้นานประมาณ 12-18 เดือน หรือมากกว่านั้นในบางราย
อย่างไรก็ตาม การเลือกผลิตภัณฑ์เพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ การประเมินใบหน้าและการฉีดโดยแพทย์ผู้มีประสบการณ์ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยให้ได้ผลลัพธ์ที่สวยงามและปลอดภัยสูงสุด.