เมื่อก้าวเข้าสู่วัย 50 ปีขึ้นไป ร่างกายเริ่มเปลี่ยนแปลงอย่างเห็นได้ชัด ระบบภูมิคุ้มกันลดประสิทธิภาพลง ความเสี่ยงของโรคเรื้อรังสูงขึ้น และค่ารักษาพยาบาลที่ตามมาก็อาจสร้างภาระทางการเงินอย่างมหาศาลหากไม่ได้วางแผนไว้ล่วงหน้า การมี
ประกันสุขภาพผู้สูงอายุ 50 ปีขึ้นไปจึงไม่ใช่ทางเลือก แต่คือความจำเป็นที่ทุกคนในวัยนี้ควรมี
โรคที่พบบ่อยในวัย 50+ และค่ารักษาโดยประมาณต่อไปนี้คือกลุ่มโรคที่พบบ่อยที่สุดในคนวัย 50 ปีขึ้นไป พร้อมค่ารักษาโดยประมาณที่ควรเตรียมรับมือ
-โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคที่คร่าชีวิตคนไทยเป็นอันดับต้น ๆ ทั้งหัวใจวาย โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ และความดันโลหิตสูง มักพัฒนาขึ้นในวัยนี้โดยไม่รู้ตัว
ค่ารักษาประมาณ 200,000 – 1,500,000 บาท
-โรคเบาหวาน เบาหวานชนิดที่ 2 พบบ่อยมากในวัย 50+ หากควบคุมไม่ดีนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนรุนแรง เช่น ไตวาย ตาบอด และการตัดขา
ค่ารักษาประมาณ 50,000 – 500,000 บาท/ปี
-โรคหลอดเลือดสมอง เส้นเลือดในสมองแตกหรืออุดตัน ส่งผลให้เป็นอัมพฤกษ์อัมพาต มักต้องการการฟื้นฟูระยะยาวที่มีค่าใช้จ่ายสูงมาก
ค่ารักษาประมาณ 300,000 – 2,000,000 บาท
-โรคมะเร็ง ความเสี่ยงมะเร็งเพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญหลังอายุ 50 ทั้งมะเร็งเต้านม มะเร็งลำไส้ใหญ่ มะเร็งปอด และมะเร็งต่อมลูกหมาก
ค่ารักษาประมาณ 500,000 – 5,000,000 บาท
-โรคข้อเสื่อมและกระดูก ข้อเสื่อม กระดูกพรุน และหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท เป็นปัญหาที่ทำให้คุณภาพชีวิตลดลงและต้องผ่าตัดในกรณีรุนแรง
ค่ารักษาประมาณ 80,000 – 600,000 บาท
-โรคไตเรื้อรัง ภาวะไตวายเรื้อรังมักเป็นผลมาจากเบาหวานหรือความดันโลหิตสูงที่ควบคุมไม่ได้ และต้องพึ่งการฟอกไตตลอดชีวิต
ค่ารักษาประมาณ ฟอกไต 300,000+ บาท/ปี
ข้อเท็จจริงที่น่าตกใจ หากเกิดโรคร้ายแรงพร้อมกัน 2 โรค เช่น มะเร็งและโรคหัวใจ ค่ารักษาพยาบาลรวมอาจสูงถึง 5–8 ล้านบาท ซึ่งเพียงพอที่จะทำให้ทรัพย์สินที่สะสมมาทั้งชีวิตหมดไปในเวลาไม่กี่ปี
วิธีลดความเสี่ยงทางสุขภาพและการเงินในวัย 50+ มีอะไรบ้างการดูแลสุขภาพเชิงป้องกันและการวางแผนการเงินควรทำควบคู่กัน เพื่อให้ชีวิตในวัย 50+ มีคุณภาพและไม่สร้างภาระให้ครอบครัว
1.
ตรวจสุขภาพประจำปีอย่างสม่ำเสมอ การตรวจพบโรคในระยะแรกช่วยลดค่ารักษาได้มากถึง 60–70% เมื่อเทียบกับการรักษาในระยะสุดท้าย
2.
ปรับพฤติกรรมการกินและออกกำลังกาย ลดอาหารหวาน มัน เค็ม ออกกำลังกายอย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์ ช่วยลดความเสี่ยงโรคเรื้อรังได้อย่างมีนัยสำคัญ
3.
วางแผนการเงินสุขภาพล่วงหน้า สำรองเงินฉุกเฉินด้านสุขภาพอย่างน้อย 500,000 – 1,000,000 บาท และทำประกันสุขภาพเพื่อรองรับค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่
ทำประกันสุขภาพผู้สูงอายุให้เร็วที่สุด ยิ่งเริ่มเร็ว เบี้ยยิ่งถูก และโอกาสได้รับการอนุมัติโดยไม่มีเงื่อนไขพิเศษก็ยิ่งสูง
จัดทำแผนดูแลระยะยาว วางแผนล่วงหน้าว่าหากเจ็บป่วยหนักจะดูแลตัวเองอย่างไร เพื่อไม่ให้เป็นภาระทางการเงินและจิตใจของลูกหลาน
ทำไมประกันสุขภาพจึงสำคัญกว่าการเก็บเงินสำรองเอง?หลายคนคิดว่าการเก็บเงินสำรองไว้ใช้เองนั้นเพียงพอแล้ว แต่ความจริงคือค่ารักษาโรคร้ายแรงสามารถพุ่งสูงถึงหลายล้านบาทในระยะเวลาสั้น ๆ ซึ่งเกินกว่าที่คนส่วนใหญ่จะสะสมได้ทันเวลา ในขณะที่ประกันสุขภาพผู้สูงอายุช่วยให้คุณเข้าถึงการรักษาที่ดีที่สุดได้ทันทีโดยไม่ต้องกังวลเรื่องค่าใช้จ่าย อีกทั้งยังช่วยปกป้องเงินออมที่สะสมมาทั้งชีวิต และรักษาคุณภาพชีวิตของทั้งคุณและครอบครัวในระยะยาว
เมืองไทยประกันชีวิต ดูแลสุขภาพวัย 50+ ได้อย่างครอบคลุมเมืองไทยประกันชีวิตมีแผนประกันสุขภาพผู้สูงอายุ 50 ปีขึ้นไปที่ออกแบบมาเพื่อรองรับค่ารักษาพยาบาลที่สูงขึ้นตามวัย ด้วยวงเงินคุ้มครองที่เพียงพอ อนุมัติง่าย ไม่ต้องตรวจสุขภาพสำหรับบางแผน พร้อมทีมผู้เชี่ยวชาญที่จะช่วยคุณเลือกแผนที่เหมาะสมกับสุขภาพและงบประมาณของคุณโดยเฉพาะ
อย่ารอให้เจ็บป่วยก่อนแล้วค่อยคิดเรื่องประกัน เพราะเมื่อถึงเวลานั้น อาจสายเกินไปที่จะได้รับความคุ้มครองที่ต้องการ การวางแผนล่วงหน้าวันนี้คือของขวัญที่ดีที่สุดที่คุณมอบให้ตัวเองและคนที่คุณรักในอนาคต