
ในยุคที่เทคโนโลยีเชื่อมต่อทุกคนเข้าด้วยกันอย่างรวดเร็ว ความสะดวกสบายมักมาพร้อมกับช่องโหว่ที่มิจฉาชีพใช้เป็นเครื่องมือในการแสวงหาผลประโยชน์ ปัจจุบันเราไม่ได้เผชิญหน้ากับโจรในคราบอาชญากรที่จับต้องได้เพียงอย่างเดียว แต่เรากำลังเผชิญกับ "อาชญากรทางเทคโนโลยี" ที่แฝงตัวมาในรูปแบบของเสียงตามสาย ข้อความสั้น (SMS) หรือแม้แต่ลิงก์ที่ดูน่าเชื่อถือ การป้องกันตนเองจึงไม่ใช่เรื่องของโชคชะตา แต่เป็นเรื่องของการสร้างภูมิคุ้มกันทางความรู้และทัศนคติที่ช่างสังเกต รู้เท่าทันรูปแบบการโกงที่พบบ่อย มิจฉาชีพมักใช้จิตวิทยาพื้นฐานของมนุษย์ 2 ประการ คือ "ความกลัว" และ "ความโลภ" แก๊งคอลเซ็นเตอร์ มักแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ เช่น ตำรวจ ปปง. หรือเจ้าหน้าที่ขนส่ง โดยสร้างสถานการณ์ให้เหยื่อตกใจว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับสิ่งผิดกฎหมาย หรือมีพัสดุตกค้างที่มีสิ่งของต้องห้าม เพื่อให้เหยื่อโอนเงินไป "ตรวจสอบ" ฟิชชิ่ง การส่ง SMS หรืออีเมลแนบลิงก์ปลอม โดยอ้างว่าเป็นธนาคารหรือหน่วยงานรัฐ ให้กดรับสิทธิพิเศษหรืออัปเดตข้อมูลส่วนตัว ลิงก์เหล่านี้จะนำไปสู่หน้าเว็บปลอมเพื่อขโมยรหัสผ่านหรือติดตั้งแอปพลิเคชันดูดเงิน หลอกลงทุน มักโฆษณาตามโซเชียลมีเดียโดยใช้ผลตอบแทนที่สูงเกินจริงในระยะเวลาอันสั้น หรือใช้รูปบุคคลที่มีชื่อเสียงมาแอบอ้างเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ
หลักการ "3 ไม่" เพื่อความปลอดภัย เมื่อเผชิญกับสถานการณ์ที่น่าสงสัย ไม่เชื่อ อย่าเพิ่งเชื่อข้อมูลที่ได้รับทางโทรศัพท์หรือข้อความ แม้ต้นทางจะรู้ชื่อ-นามสกุล หรือเลขบัตรประชาชนของเราก็ตาม เพราะข้อมูลเหล่านี้อาจรั่วไหลมาจากฐานข้อมูลที่ถูกขายต่อกันมา ไม่รีบ มิจฉาชีพมักกดดันให้เหยื่อตัดสินใจในทันทีโดยใช้อารมณ์ หากใครบางคนพยายามเร่งรัดให้คุณโอนเงินหรือให้ข้อมูลภายในไม่กี่นาที ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นมิจฉาชีพ ไม่กด ห้ามกดลิงก์ที่ส่งมาทาง SMS หรือแอปพลิเคชันแชทโดยเด็ดขาด หากต้องการทำธุรกรรม ให้เข้าผ่านแอปพลิเคชันอย่างเป็นทางการของธนาคารหรือหน่วยงานนั้น ๆ โดยตรง เราสามารถใช้เครื่องมือเสริมเพื่อลดความเสี่ยงได้ เช่น การติดตั้งแอปพลิเคชันระบุเบอร์โทรศัพท์ (Whoscall) เพื่อกรองเบอร์แปลก การตั้งค่าการพิสูจน์ตัวตนแบบสองชั้น ในสื่อโซเชียลและแอปธนาคาร และที่สำคัญที่สุดคือ "การไม่ดาวน์โหลดแอปนอก Store" เพราะแอปเหล่านี้มักแฝงมัลแวร์ที่สามารถรีโมทเข้ามาควบคุมมือถือของเราได้ หากมีคนอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ ให้ทำการ "ตัดสายแล้วโทรกลับ" โดยหาเบอร์โทรศัพท์อย่างเป็นทางการจากเว็บไซต์ของหน่วยงานนั้นเอง อย่าโทรกลับเบอร์ที่โชว์บนหน้าจอ หรือหากเป็นการซื้อขายของออนไลน์ ให้ตรวจสอบประวัติผู้ขายจากเว็บไซต์เช็คคนโกง หรือดูความน่าเชื่อถือของรีวิวที่ไม่ใช่หน้าม้า ถ้าเป็นสิ่งของก็ควรเช็ค
qr code กันปลอม สิ่งที่มิจฉาชีพกลัวที่สุดไม่ใช่ตำรวจ แต่คือ "เหยื่อที่มีสติ" เมื่อเราหยุดคิด วิเคราะห์ และตั้งคำถาม กลโกงที่ดูแนบเนียนจะเริ่มมีรอยร้าวให้เห็น ความรู้เพียงอย่างเดียวอาจช่วยไม่ได้หากในขณะนั้นเราขาดสติ ดังนั้นหากรู้สึกว่ากำลังถูกหลอก ให้พยายามปรึกษาคนใกล้ชิด หรือติดต่อสายด่วนตำรวจไซเบอร์ทันที