
วัคซีน HPV สามารถฉีดได้ทั้งผู้หญิงและผู้ชาย นอกจากฉีดป้องกันมะเร็งปากมดลูก มะเร็งองคชาต ยังสามารถป้องกันหูดตามอวัยวะเพศได้
เชื้อไวรัส HPV เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ผู้ได้รับเชื้อมีโอกาสเป็นโรคมะเร็งปากมดลูก, หูดหงอนไก่, มะเร็งทวารหนัก, มะเร็งช่องปากและในเพศชายยังเสี่ยงโรคมะเร็งองคชาตอีกด้วย การได้รับวัคซีน HPV ตั้งแต่ก่อนการมีเพศสัมพันธ์ ถือเป็นหนึ่งในวิธีการป้องกัน HPV ได้อย่างดี โดยไม่จำเป็นจะต้องฉีดวัคซีนเฉพาะผู้หญิงเท่านั้น ฉีด HPV ผู้ชายก็สามารถป้องกันโรคเหล่านี้ได้เช่นกัน
การฉีด HPV คือ การฉีดเพื่อป้องกัน Human papilloma virus เชื้อไวรัสชนิดนี้มีการแพร่กระจายเชื้อจากการสัมผัสหรือการมีเพศสัมพันธ์โดยตรง ผู้ที่ได้รับเชื้อจะเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งอย่างเช่น มะเร็งปากมดลูก, มะเร็งช่องคอ, มะเร็งช่องปาก, มะเร็งทวารหนัก, มะเร็งองคชาตและโรคหูดเป็นต้น
ปัจจุบันวัคซีน HPV สามารถป้องกันการติดเชื้อไวรัส HPV ได้หลายสายพันธุ์ มีการฉีดวัคซีนเพื่อป้องกันโรคมะเร็งกับโรคหูดโดยเฉพาะ เป็นการรับวัคซีน HPV คนละสายพันธุ์กัน โดยควรฉีดตั้งแต่ในวัยเด็กสามารถฉีดได้ตั้งแต่อายุ 9 ปีขึ้นไป เพื่อให้วัคซีนมีประสิทธิภาพสูง
สายพันธุ์ที่ทำให้เสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งปากมดลูกพบได้บ่อยในสายพันธุ์ 16 และ 18 ส่วนอีกสายพันธุ์ทำให้เสี่ยงเป็นโรคหูดที่อวัยะเพศ การฉีดวัคซีน HPV ในปัจจุบัน จึงแบ่งออกเป็น 2 ชนิดคือ Cervarix และ Gadasil เป็นการฉีดเข้ากล้ามเนื้อให้ครบโดส เพื่อฉีดป้องกันเชื้อไวรัสในแต่ละสายพันธุ์ ได้แก่
หลังจากการได้รับวัคซีนไปแล้วอาจทำให้มีอาการข้างเคียงเล็กน้อยตามมาได้ แต่เป็นอาการที่หายได้เอง โดยมีอาการข้างเคียงที่พบได้บ่อยได้แก่ ปวดบริเวณที่ฉีด, คลื่นไส้, อยากอาเจียน, ปวดศีรษะเป็นต้น
สำหรับการได้รับวัคซีน HPV ผู้ที่ไม่ควรฉีดคือ ผู้ที่มีภาวะ Hypersensitivity หรือภาวะภูมิไวเกินเพราะเสี่ยงต่ออันตรายในสารประกอบวัคซีน โดยการฉีดป้องกันมะเร็งและโรคอื่นๆ อย่างถูกต้อง กระทรวงสาธารณสุขแนะนำให้ควรได้รับวัคซีน HPV ตั้งแต่ในเด็กอายุ 11-12 ปี เพื่อประสิทธิภาพของการป้องกันโรค ส่วนกำหนดการฉีดวัคซีนควรมีช่วงเว้นระยะห่าง ดังนี้
หลังจากฉีดวัคซีนแล้วควรสังเกตอาการตัวเองประมาณ 15 นาที ไวรัส HPV ไม่ได้น่ากลัวแค่มะเร็งปากมดลูก แต่ยังมีอาการแทรกซ้อนอื่นๆ เช่น มะเร็งช่องคลอด, หูดตามอวัยวะเพศ การป้องกันเชื้อไวรัสนี้ จึงสำคัญในการฉีดวัคซีนให้ครบโดสตั้งแต่อายุยังน้อย ถือเป็นการป้องกันโรคที่มีประสิทธิภาพ

สำหรับการเลือกฉีดวัคซีน HPV ควรเลือกรับบริการในโรงพยาบาลที่ได้มาตรฐาน มีวัคซีนรองรับการฉีดวัคซีนมะเร็งปากมดลูก, ฉีดป้องกันหูด, ฉีดป้องกันมะเร็งต่างๆ ราคาควรรวมค่าแพทย์และบริการเรียบร้อยแล้วทั้ง 3 เข็ม เพื่อไม่ต้องวุ่นวายกับการเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม โดยราคาของวัคซีนมะเร็งปากมดลูกรวมทั้ง 3 เข็ม เริ่มต้นประมาณ 7,000 - 20,000 บาท
การรักษาไวรัส HPV ค่อนข้างเสียเวลาและค่าใช้จ่ายมาก เพื่อการดูแลสุขภาพของตนเอง ควรได้รับวัคซีน HPV ตั้งแต่อายุ 9 ปีขึ้นไป รู้จักการดูแลตัวเองไม่ให้สุ่มเสี่ยงติดเชื้อไวรัสชนิดนี้ เช่น การออกกำลังกาย, พักผ่อนให้เพียงพอ, ทานอาหารครบ 5 หมู่, ไม่เปลี่ยนคู่นอนบ่อยครั้ง, สวมถุงยางอนามัยทุกครั้งถึงแม้จะได้รับวัคซีนแล้วก็ตาม เนื่องจากการได้รับวัคซีนตั้งแต่ช่วงอายุ 9-26 ปี และยังไม่เคยมีเพศสัมพันธ์สามารถป้องกันการติดเชื้อ HPV ได้มากถึง 90 %