บอกลาแว่น กับ FEMTO LASIK ผ่าตัดรักษาสายตาด้วยเลเซอร์แบบไร้ใบมีด

FEMTO LASIK

femto lasik คือ


การผ่าตัดปรับค่ามีหลายแบบ หนึ่งในนั้นที่เป็นการผ่าตัดที่ทันสมัยคือ FEMTO LASIK ก้าวล้ำไปอีกขั้นกับเทคโนโลยีการแก้ไขสายตาที่ล้ำสมัยที่สุด! FEMTO LASIK ผสานความแม่นยำของเลเซอร์และความปลอดภัยขั้นสูง มอบอิสระแห่งการมองเห็นที่ชัดเจน


femto lasik vs relex smile ต่างกันยังไง Femto LASIK ใช้เลเซอร์ 2 ชนิด: Femtosecond และ Excimer แยกชั้นกระจกตาเพื่อปรับรูปร่าง ผลลัพธ์ดี แต่มีความเสี่ยงตาแห้งสูง ส่วน ReLEx SMILE ใช้เลเซอร์ Femtosecond เพียงชนิดเดียว สร้างเลนส์ใต้กระจกตาโดยไม่แยกชั้น ผลลัพธ์ดี มีโอกาสตาแห้งน้อยกว่า LASIK


FEMTO LASIK คือ อะไร? ใช่การทำเลสิกไหม


lasik femto คือ


เฟมโตเลสิก คือ เทคโนโลยีการผ่าตัดแก้ไขสายตาด้วยเลเซอร์แบบไร้ใบมีดที่ทันสมัยที่สุดในปัจจุบัน เป็นการผสมผสานความแม่นยำของเลเซอร์สองชนิดเข้าด้วยกัน คือ เลเซอร์ femtosecond laser และเลเซอร์ excimer ทำให้การผ่าตัดมีความปลอดภัยและมีประสิทธิภาพสูงกว่าวิธีการเดิมๆ มาก


เลเซอร์ femtosecond ทำหน้าที่อะไร?


สร้างฝาปิดกระจกตา: เลเซอร์ femtosecond จะทำหน้าที่สร้างฝาปิดกระจกตารูปวงกลมบางๆ แทนการใช้ใบมีดในการตัด ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดจากการใช้ใบมีดได้


แยกชั้นกระจกตา: หลังจากสร้างฝาปิดกระจกตาแล้ว เลเซอร์ femtosecond laser จะทำการแยกชั้นกระจกตาออกจากกัน เพื่อให้เลเซอร์ excimer สามารถเข้าไปปรับรูปร่างกระจกตาได้อย่างแม่นยำ


FEMTO LASIK เหมาะกับใครบ้าง และใครที่ไม่ควรทำ


ใครเหมาะกับการทำเฟมโตเลสิก?



  • ผู้ที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป

  • ค่าสายตาคงที่เป็นเวลาอย่างน้อย 1 ปี

  • สุขภาพตาโดยรวมแข็งแรง

  • ไม่มีโรคประจำตัวที่เป็นอุปสรรคต่อการผ่าตัด

  • เหมาะกับผู้ที่มีสายตาสั้น ยาว เอียง ในระดับปานกลางถึงมาก


แม้ว่าเฟมโตเลสิกจะเป็นการผ่าตัดแก้ไขสายตาที่ได้รับความนิยมและมีประสิทธิภาพสูง แต่ก็มีบางกลุ่มคนที่ไม่เหมาะสมกับการทำ ซึ่งรวมถึง:



  • ผู้ที่มีโรคเกี่ยวกับตาบางชนิด: เช่น ต้อหิน, ต้อกระจก, โรคกระจกตาทั้งหมด, โรคเบาหวานที่มีผลต่อดวงตา, โรคเกี่ยวกับเนื้อเยื่อเกี่ยวพัน เช่น โรค lupas, โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์

  • ผู้ที่มีความหนาของกระจกตาไม่เพียงพอ: การทำเลสิกต้องอาศัยความหนาของกระจกตาในระดับหนึ่ง หากบางเกินไปอาจไม่สามารถทำได้

  • ผู้ที่ตั้งครรภ์ หรือให้นมบุตร: ฮอร์โมนในร่างกายอาจส่งผลต่อการรักษา

  • ผู้ที่มีอาชีพที่ต้องใช้สายตามาก หรือสัมผัสกับแสงจ้าเป็นประจำ: อาจมีความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อนบางอย่างได้

  • ผู้ที่มีโรคประจำตัวบางชนิด: เช่น โรคภูมิแพ้รุนแรง, โรคโลหิตจาง, โรคผิวหนังบางชนิด


ข้อดีและข้อจำกัดของการทำ FEMTO LASIK มีอะไรบ้าง


Femto LASIK คือ ตัวเลือกยอดฮิตสำหรับคนอยากโบกมือลาแว่น ด้วยเทคโนโลยีเลเซอร์สุดล้ำ แต่ก่อนตัดสินใจลุย มาทำความรู้จักข้อดี-femto lasik ข้อเสียแบบชัดๆ กันก่อน!


ข้อดีโดนใจ 



  • แม่นยำขั้นเทพ: เลเซอร์ Femtosecond ตัดแยกชั้นกระจกตาได้เป๊ะปัง ลดความผิดพลาดในการผ่าตัด 

  • ไร้ใบมีด: ลดความเสี่ยงติดเชื้อ และภาวะแทรกซ้อนแบบหายห่วง 

  • รวดเร็วทันใจ: เสกสายตาคมชัดภายในไม่กี่นาที ประหยัดเวลาชีวิตไปได้เยอะ

  • พักฟื้นสบายๆ: กลับไปใช้ชีวิตชิลๆ ได้ไว ไม่ต้องพักนานให้เสียเวลา 

  • ผลลัพธ์ยืนยาว: มองเห็นโลกชัดๆ ไปอีกนาน ไม่ต้องพึ่งแว่น

  • แก้ไขได้สารพัด: ไม่ว่าจะสายตาสั้น ยาว เอียง


ข้อจำกัดที่ต้องรู้ 



  • หากสายตาเปลี่ยนแปลงบ่อย มีโรคตา หรือกระจกตาบาง อาจต้องพิจารณาวิธีอื่น 

  • เสี่ยงเกิดผลข้างเคียง: ถึงจะน้อย แต่ก็อาจเกิดตาแห้ง เห็นแสงจ้า มีจุดด่างดำที่กระจกตา หรือติดเชื้อได้ 

  • ผลลัพธ์อาจไม่เป๊ะ: บางรายอาจมองเห็นไม่ชัด หรือภาพพร่ามัวหลังผ่าตัด 

  • Femto Lasik ราคาค่าใช้จ่ายสูง: เตรียมเงินไว้หลายหมื่น แต่เพื่อสายตาที่ดี ก็คุ้มค่า

  • ต้องดูแลตัวเองหลังผ่าตัด: ทำตามคำแนะนำคุณหมออย่างเคร่งครัด เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด


การตรวจวิเคราะห์สภาพสายตาก่อนทำ FEMTO LASIK มองเห็นอนาคตที่ชัดเจน


การตรวจวิเคราะห์สภาพสายตาก่อนทำเลสิก: มองเห็นอนาคตที่ชัดเจน


ก่อนเข้ารับการผ่าตัดเลสิก เพื่อแก้ไขปัญหาสายตาให้กลับมามีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น การตรวจวิเคราะห์สภาพสายตาอย่างละเอียดเป็นขั้นตอนที่สำคัญมาก เพราะจะช่วยให้แพทย์สามารถวางแผนการรักษาที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคลได้อย่างแม่นยำ


ทำไมการตรวจวิเคราะห์จึงสำคัญ?


การตรวจวิเคราะห์สภาพสายตาจะช่วยให้แพทย์ทราบถึงสภาพดวงตาของผู้รับบริการอย่างครอบคลุม เช่น ค่าสายตา ความโค้งของกระจกตา ความหนาของกระจกตา ภาวะตาแห้ง และสุขภาพของจอประสาทตา ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะเป็นตัวกำหนดว่า ผู้รับบริการเหมาะสมกับการทำเลสิกหรือไม่ และจะต้องปรับแต่งพารามิเตอร์ในการผ่าตัดอย่างไร เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด


ขั้นตอนการตรวจวิเคราะห์


โดยทั่วไปแล้ว การตรวจวิเคราะห์สภาพสายตาก่อนทำเลสิกจะมีขั้นตอนดังนี้


การตรวจค่าสายตาเบื้องต้น


แพทย์จะใช้เครื่องมือวัดค่าสายตาเพื่อหาค่าสายตาสั้น สายตายาว สายตาเอียง และความโค้งของกระจกตาเบื้องต้น


การประเมินระยะการมองเห็น


ผู้รับบริการจะต้องอ่านแผนภูมิตัวอักษร เพื่อประเมินความสามารถในการมองเห็นในระยะต่างๆ


การตรวจวัดความดันลูกตา


การตรวจวัดความดันลูกตาเพื่อประเมินสุขภาพของดวงตาและคัดกรองโรคเกี่ยวกับตา


การตรวจวัดค่าสายตาโดยจักษุแพทย์


แพทย์จะตรวจวัดค่าสายตาเพิ่มเติม เช่น การหักเหของแสง และการตอบสนองของดวงตา


การตรวจภาวะตาแห้ง


แพทย์จะใช้วิธีการวัดปริมาณน้ำตาเพื่อประเมินภาวะตาแห้ง ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องพิจารณาในการทำเลสิก


การถ่ายภาพกระจกตา


การถ่ายภาพกระจกตาเพื่อวิเคราะห์ความโค้ง ความหนา และโครงสร้างของกระจกตา


การหยอดยาขยายม่านตา


แพทย์จะหยอดยาขยายม่านตาเพื่อตรวจสอบแก้วตา น้ำวุ้นตา และจอประสาทตาอย่างละเอียด


การตรวจสภาพจอประสาทตา


การตรวจจอประสาทตาเพื่อประเมินสุขภาพของจอประสาทตาและค้นหาความผิดปกติที่อาจเกิดขึ้น


ข้อมูลที่ได้จากการตรวจวิเคราะห์จะถูกนำไปวิเคราะห์และวางแผนการรักษา


หลังจากทำการตรวจวิเคราะห์ครบทุกขั้นตอน แพทย์จะนำข้อมูลที่ได้ทั้งหมดมาวิเคราะห์ เพื่อวางแผนการรักษาที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล ซึ่งจะรวมถึงการเลือกใช้เทคโนโลยีเลเซอร์ที่เหมาะสม การปรับแต่งพารามิเตอร์ในการผ่าตัด และการให้คำแนะนำเกี่ยวกับการดูแลหลังการผ่าตัด


ทำไมต้องตรวจวิเคราะห์อย่างละเอียด?


การตรวจวิเคราะห์สภาพสายตาอย่างละเอียดมีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะจะช่วยให้แพทย์สามารถ:



  • ประเมินความเหมาะสมในการทำเลสิก: ผู้ที่มีสภาพตาไม่เหมาะสม เช่น มีโรคเกี่ยวกับตาบางชนิด หรือมีความหนาของกระจกตาไม่เพียงพอ อาจไม่สามารถทำเลสิกได้

  • วางแผนการรักษาที่แม่นยำ: การตรวจวิเคราะห์จะช่วยให้แพทย์สามารถปรับแต่งพารามิเตอร์ในการผ่าตัดให้เหมาะสมกับสภาพตาของผู้รับบริการแต่ละราย

  • ลดความเสี่ยงในการเกิดภาวะแทรกซ้อน: การตรวจวิเคราะห์ที่ละเอียดจะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดภาวะแทรกซ้อนหลังการผ่าตัด

  • เพิ่มโอกาสในการได้ผลลัพธ์ที่ดียิ่งขึ้น: การวางแผนการรักษาที่แม่นยำจะช่วยให้ผู้รับบริการได้ผลลัพธ์ที่ดียิ่งขึ้นหลังการผ่าตัด


สรุป


การตรวจวิเคราะห์สภาพสายตาก่อนทำเลสิกเป็นขั้นตอนที่สำคัญมาก เพราะจะช่วยให้แพทย์สามารถวางแผนการรักษาที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคลได้อย่างแม่นยำ และเพิ่มโอกาสในการได้ผลลัพธ์ที่ดียิ่งขึ้น ผู้ที่สนใจทำเลสิกควรปรึกษาจักษุแพทย์เพื่อรับคำแนะนำและทำการตรวจวิเคราะห์อย่างละเอียดก่อนตัดสินใจ


ส่องขั้นตอนการผ่าตัดทำ FEMTO LASIK สู่โลกใบใหม่ที่คมชัดกว่า


femto lasik ราคา


อยากโบกมือลาแว่น แต่ยังงงๆ กับขั้นตอน Femto LASIK อยู่ใช่ไหม? บทความนี้พาไปเจาะลึกทุกแง่มุม ตั้งแต่ก้าวแรกก่อนผ่าตัด จนถึงการดูแลตัวเองหลังผ่าตัด รับรอง อ่านจบ มั่นใจ เตรียมตัวพร้อม สู่สายตาสดใสได้เลย! 



  1. เตรียมตัวให้พร้อม


ตรวจตาแบบละเอียด: ก่อนอื่นเลย คุณหมอจะตรวจเช็คดวงตาแบบละเอียด วัดค่าสายตา ประเมินสภาพกระจกตา และเช็คประวัติสุขภาพ เพื่อให้มั่นใจว่าเราเหมาะกับการทำ lasik femto จริงๆ หยอดยาชา สบายๆ ไม่ต้องกลัวเจ็บ: ไม่ต้องกังวลเรื่องความเจ็บ เพราะคุณหมอจะหยอดยาชาให้ก่อน ทำให้ระหว่างผ่าตัด เราจะรู้สึกผ่อนคลาย เหมือนแค่มีอะไรมาโดนตาเบาๆ เท่านั้นเอง ทำความสะอาด รับรองปลอดภัย ไร้กังวล: ดวงตาต้องสะอาดปราศจากสิ่งแปลกปลอม เพื่อลดความเสี่ยงในการติดเชื้อ มั่นใจได้เลยว่าปลอดภัยแน่นอน 



  1. สร้าง Flap บางและประณีต ด้วยเลเซอร์ Femtosecond


ขั้นตอนนี้ เลเซอร์เฟมโตเลสิก จะทำงานอย่างอ่อนโยน สร้างฝาปิดกระจกตาบางๆ ด้วยความแม่นยำสูง ไม่ต้องกังวลเรื่องแผลใหญ่ เพราะแผลเล็กจิ๋วมากๆ 



  1. ปรับรูปร่างกระจกตา สู่วิสัยทัศน์คมชัด!


ถึงเวลาปรับแต่ง เลเซอร์ Excimer จะปรับรูปร่างกระจกตา ให้โค้งรับกับค่าสายตาของเรา พลังของเลเซอร์จะช่วยแก้ไขปัญหาสายตาสั้น ยาว เอียง ให้เรากลับมามองเห็นโลกได้ชัดเจนอีกครั้ง 



  1. ปิดกระจกตา


เมื่อปรับรูปร่างกระจกตาเสร็จแล้ว ฝาปิดกระจกตาจะกลับเข้าที่เดิมโดยอัตโนมัติ จากนั้นก็แค่พักผ่อน หยอดยาตามที่คุณหมอสั่ง รอความชัด



  1. ดูแลตัวเองหลังผ่าตัด สู่โลกที่สดใสกว่าเดิม!


หลังผ่าตัด เราจะได้รับคำแนะนำในการดูแลตัวเอง เช่น หลีกเลี่ยงการขยี้ตา ใส่แว่นกันแดด และหยอดยาตามแพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด เพื่อผลลัพธ์ที่ดี และฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว


FEMTO LASIK และการดูแลตนเองหลังทำ


ข้อควรปฏิบัติหลังการผ่าตัด



  • หยอดยาตามที่แพทย์สั่ง: หยอดยาตามที่แพทย์กำหนดอย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันการติดเชื้อและลดอาการอักเสบ

  • หลีกเลี่ยงการสัมผัสดวงตา: ไม่ขยี้ตา ไม่ถูตา และหลีกเลี่ยงการใส่คอนแทคเลนส์ จนกว่าแพทย์จะอนุญาต

  • พักผ่อนให้เพียงพอ: ร่างกายต้องการพักผ่อนเพื่อฟื้นตัว ควรนอนหลับให้เพียงพอ

  • หลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ทำให้อ่อนล้า: หลีกเลี่ยงการอ่านหนังสือ ทำงานหน้าจอคอมพิวเตอร์ หรือขับรถในเวลากลางคืนในช่วงแรก

  • สวมแว่นกันแดด: สวมแว่นกันแดดที่มีคุณภาพทุกครั้งที่ออกไปข้างนอก เพื่อป้องกันแสงแดดที่อาจทำให้อาการระคายเคือง

  • หลีกเลี่ยงการแต่งหน้า: ในช่วงแรกหลังการผ่าตัด ควรหลีกเลี่ยงการแต่งหน้าบริเวณรอบดวงตา

  • ไปพบแพทย์ตามนัด: ควรไปพบแพทย์ตามนัดเพื่อตรวจสอบความคืบหน้าของการรักษา


หลังทำ FEMTO LASIK อาจพบอาการข้างเคียงใดบ้าง อันตรายไหม?


femto lasik ผลข้างเคียงหรืออาการข้างเคียงที่พบบ่อย (สามารถหายได้เอง)



  • ตาแห้ง: น้ำตาเทียมจะช่วยบรรเทาอาการได้ โดยส่วนใหญ่อาการนี้จะค่อยๆ ดีขึ้นภายใน 2-3 เดือน

  • เห็นภาพเบลอ: ไม่ต้องตกใจ เพราะอาการนี้จะค่อยๆ หายไปเองภายใน 1-2 วัน

  • เห็นแสงจ้า: หลีกเลี่ยงการจ้องแสงจ้า โดยเฉพาะแสงแดด ใส่แว่นกันแดด ช่วยได้เยอะเลยล่ะ

  • มีจุดด่างดำหรือเส้นลอย: มักจะจางหายไปเองภายในไม่กี่สัปดาห์

  • คันตา ตาแดง ปวดตาเล็กน้อย: อาการเหล่านี้เป็นปฏิกิริยาปกติของร่างกาย และจะหายไปเอง 


สรุป FEMTO LASIK ทำไมจึงได้รับความนิยม


Femto LASIK คือเทคโนโลยีการผ่าตัดแก้ไขสายตาสั้น ยาว และเอียง ที่ได้รับความนิยมอย่างมาก ด้วยการใช้เลเซอร์ Femto สร้าง flap บางเฉียบที่กระจกตา แทนการใช้ใบมีดแบบเดิมๆ จากนั้นเลเซอร์ Excimer จะปรับรูปร่างกระจกตาให้เหมาะสมกับค่าสายตา lasik กับ femto lasik โดดเด่นด้วยความแม่นยำ ปลอดภัย แผลเล็ก และฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็ว เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการลดการพึ่งพาแว่นตาหรือคอนแทคเลนส์ อย่างไรก็ตาม อาจมีผลข้างเคียง เช่น ตาแห้ง หรือเห็นแสงจ้า ซึ่งส่วนใหญ่จะหายไปเองได้ ควรปรึกษาจักษุแพทย์เพื่อประเมินความพร้อมและความเสี่ยงก่อนตัดสินใจ femto lasik กับ relex smile ก็มีข้อดีข้อด้วยที่ต่างกัน

ปรับปรุงล่าสุด August 21, 2024
0
August 21, 2024