ยาแก้ปวดฟันคืออะไร เลือกใช้อย่างไรให้ได้ผลดี

ยาแก้ปวดฟัน



อาการปวดฟัน เป็นอาการที่อาจเกิดขึ้นได้กับทุกเพศทุกวัย ซึ่งอาการปวดฟันอาจทำให้รู้สึกไม่สบายได้ และสิ่งสำคัญคือต้องแก้ปวดฟันโดยเร็วที่สุด โดยวิธีแก้อาการปวดฟันทั่วไปที่ใช้กัน เช่น ล้างปากด้วยน้ำเกลืออุ่น ๆ การประคบเย็น ใช้ไหมขัดฟันอย่างอ่อนโยน รวมถึงการหลีกเลี่ยงอาหารและเครื่องดื่มบางชนิด เป็นต้น วิธีที่กล่าวมานั้นสามารถใช้ได้กับได้สาเหตุ โดยเป็นทั้งวิธีบรรเทาอาการปวดฟันคุด และเป็นวิธีบรรเทาอาการปวดหลังถอนฟัน เป็นต้น ที่กล่าวมานั้นเป็นวิธีที่สามารถทำให้หายปวดฟันได้ง่าย ๆ ด้วยตนเอง

แต่หากอาการปวดฟันยังไม่ดีขึ้น อีกวิธีที่น่าสนใจคือการกินยา ยาแก้ปวดฟัน ซึ่งมีให้เลือกอยู่หลากหลายประเภททั้งยาแก้ปวดฟันคุด ยาแก้ปวดฟันเด็ก ยาแก้ปวดฟันกะทันหัน ยาแก้ปวดฟันแบบแรง ๆ เป็นต้น ในบทความนี้จะมาพูดถึงยาแก้ปวดฟันในเรื่องของชนิด ข้อดี ยี่ห้อของยาแก้ปวดฟันที่น่าสนใจ เป็นต้น

ยาแก้ปวดฟัน คือ

ยาแก้ปวดฟัน คือ ยาที่ช่วยบรรเทาอาการปวดฟันได้อาจจะเป็นการระงับอาการปวดไว้เพียงชั่วคราว ซึ่งหากอาการยังไม่ดีขึ้น ควรไปพบทันตแพทย์ให้เร็วที่สุด ซึ่งยาแก้ปวดฟันที่นิยมใช้กันมีอยู่หลายชนิด เช่น ยาพาราเซตามอล ยาแก้อักเสบชนิดไม่ใช่สเตียรอยด์ ยาเมโทรนิดาโซล ยาเบนโซเคน ยาในกลุ่มต้านเชื้อแบคทีเรีย หรือแก้อักเสบ เป็นต้น

ชนิดของยาแก้ปวดฟัน



การกินยาแก้ปวดฟัน เป็นวิธีบรรเทาอาการปวดฟันที่นิยมใช้ โดยยาแก้ปวดฟันมีหลายชนิด เช่น

1. ยาพาราเซตามอล (Paracetamol)

ยาพาราเซตามอล (Paracetamol) หรือที่เรียกว่าอะเซตามิโนเฟนเป็นยาแก้ปวดฟันที่หาซื้อได้ตามร้านขายยาทั่วไปเพื่อบรรเทาอาการปวดฟันหรืออาการปวดอื่น ๆ และลดไข้ พาราเซตามอลมักใช้เพื่อบรรเทาอาการปวดเล็กน้อยถึงปานกลาง ซึ่งยาพาราเซตามอลเป็นยาแก้ปวดฟันที่ได้รับความนิยมอย่างมาก มีหลักการทำงานโดยการยับยั้งการผลิตสารเคมีบางชนิดในร่างกายที่เกี่ยวข้องกับการส่งสัญญาณความเจ็บปวด ช่วยในการลดไข้โดยออกฤทธิ์ที่ไฮโปทาลามัส ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของสมองที่ควบคุมอุณหภูมิของร่างกาย

ขนาดการใช้ยาแก้ปวดฟันพาราเซตามอลจะอยู่ที่ 10–15 มิลลิกรัม ต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม ต่อ 1 ครั้ง โดยรับประทานทุก 4-6 ชั่วโมง หรือเมื่อมีอาการปวด แต่ไม่ควรรับประทานยาเกิน 8 เม็ดต่อวัน และไม่ควรรับประทานยาต่อเนื่องเกิน 5 วัน ดังนั้นสิ่งสำคัญคือต้องอ่านฉลากอย่างระมัดระวังและตระหนักถึงส่วนผสมเฉพาะและปฏิกิริยาที่อาจเกิดขึ้นหรือผลข้างเคียง

2. ยาแก้อักเสบชนิดไม่ใช่สเตียรอยด์ หรือ “NSAIDs”

ยาแก้อักเสบชนิดไม่ใช่สเตียรอยด์ (NSAIDs) เป็นกลุ่มยาที่ใช้กันทั่วไปเพื่อบรรเทาอาการปวด ลดการอักเสบ เคล็ดขัดยอก ความเครียด ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อ ปวดประจำเดือน และลดไข้ รวมทั้งเป็นยาแก้ปวดฟัน ช่วยบรรเทาอาการปวดฟัน ซึ่ง NSAIDs ทำงานโดยยับยั้งการผลิตเอนไซม์เฉพาะที่เรียกว่า cyclooxygenases (COX) ซึ่งเอนไซม์เหล่านี้เกี่ยวข้องกับการผลิตสารเคมีที่เรียกว่าพรอสตาแกลนดิน ซึ่งมีบทบาทในการเจ็บปวด การอักเสบ และเป็นไข้

ที่สำคัญจำเป็นต้องอ่านฉลาก ปฏิบัติตามคำแนะนำ และขอคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพหรือเภสัชกร แม้ว่าโดยทั่วไปแล้ว NSAIDs จะเป็นยาแก้ปวดฟันที่ปลอดภัยเมื่อใช้อย่างเหมาะสม แต่ก็อาจมีผลข้างเคียงได้ ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้น ได้แก่ การระคายเคืองในกระเพาะอาหาร แผลในทางเดินอาหาร เพิ่มความเสี่ยงในการมีเลือดออก และในบางกรณีอาจมีความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือด

3. ยาเมโทรนิดาโซล (Metronidazole)

ยาเมโทรนิดาโซล (Metronidazole) เป็นยาปฏิชีวนะที่ใช้ในการรักษาการติดเชื้อแบคทีเรียและปรสิตต่าง ๆ มักใช้เพื่อรักษาการติดเชื้อในระบบทางเดินอาหาร ระบบสืบพันธุ์ ผิวหนัง และส่วนอื่น ๆ ของร่างกาย การติดเชื้อทางทันตกรรม ใช้เป็นยาแก้ปวดฟัน ช่วยบรรเทาอาการปวดฟันได้ และการติดเชื้อแบคทีเรียแบบไม่ใช้ออกซิเจนอื่น ๆ Metronidazole ทำงานโดยรบกวน DNA และโปรตีนของแบคทีเรียและปรสิต นำไปสู่การตายหรือยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรียและปรสิตนั้น ๆ

โดยเป็นยาแก้ปวดฟันที่จะรับประทานครั้งละ 1 เม็ด วันละ 3 ครั้ง ตามคำแนะนำของทันตแพทย์ ซึ่งผลข้างเคียงทั่วไปของยาแก้ปวดฟันเมโทรนิดาโซลอาจรวมถึงอาการคลื่นไส้ อาเจียน รสโลหะในปาก ท้องร่วง และเวียนศีรษะ ในบางกรณีอาจเกิดผลข้างเคียงที่รุนแรงขึ้นได้ เช่น อาการแพ้ อาการทางระบบประสาท หรือปัญหาเกี่ยวกับตับ เป็นต้น

4. ยาเบนโซเคน (Benzocaine)

ยาเบนโซเคน (Benzocaine) เป็นยาแก้ปวดฟันชนิดจำพวกยาชาเฉพาะที่ใช้กันทั่วไปมีผลทำให้มึนงง เพื่อบรรเทาอาการปวดหรืออาการคันชั่วคราว โดยเฉพาะในปากและลำคอ Benzocaine ทำงานโดยการปิดกั้นสัญญาณประสาทชั่วคราวในบริเวณที่ใช้ยา ผลที่ทำให้มึนงงนี้ช่วยบรรเทาความเจ็บปวดหรือไม่สบาย เช่น ปวดฟัน ฟันผุ แผลเปื่อย เจ็บคอ หรือการระคายเคืองผิวหนังเล็กน้อย มีจำหน่ายในรูปแบบต่าง ๆ รวมทั้งเจล ครีม สเปรย์ ยาอม และขี้ผึ้ง

Benzocaine มักใช้เป็นยาแก้ปวดฟัน ช่วยบรรเทาอาการปวดฟันโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเกิดจากการงอกของฟัน หรือหลังการถอนฟัน นอกจากนี้ยังใช้เพื่อบรรเทาอาการระคายเคืองหรือเจ็บคอชั่วคราวเนื่องจากอาการเจ็บคอหรือต่อมทอนซิลอักเสบ แม้ว่ายาแก้ปวดฟันเบนโซเคนโดยทั่วไปจะถือว่าปลอดภัยเมื่อใช้ตามคำแนะนำ แต่สิ่งสำคัญคือต้องปฏิบัติตามคำแนะนำ เพราะอาจพบผลข้างเคียง เช่น อาการแพ้ ระคายเคือง หรือรู้สึกแสบร้อน แนะนำให้หยุดใช้และไปพบแพทย์ในทันที

5. ยาในกลุ่มต้านเชื้อแบคทีเรีย หรือแก้อักเสบ

โดยยาในกลุ่มต้านเชื้อแบคทีเรีย หรือแก้อักเสบ ที่ใช้เป็นยาแก้ปวดฟัน ช่วยบรรเทาอาการปวดฟัน เช่น เพนนิซิลิน (Penicillin), อะม็อกซีซิลลิน (Amoxicillin), เลโวฟล็อกซาซิน (Levofloxacin) หรือเตตร้าซัยคลิน (Tetracyclines) เป็นต้น
ซึ่งยาในกลุ่มต้านเชื้อแบคทีเรีย หรือแก้อักเสบกลุ่มนี้ จะต้องรับประทานให้ครบตามปริมาณที่แพทย์กำหนด และไม่ควรซื้อยาแก้ปวดฟันชนิดนี้มารับประทานด้วยตนเอง เพราะอาจมีความเสี่ยงที่ทำให้ดื้อยา จนต้องใช้ยาที่มีฤทธิ์รุนแรงขึ้น ซึ่งจะเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดผลข้างเคียงต่อร่างกายของผู้ใช้ยามากขึ้นตามไปด้วย

ข้อดีของยาแก้ปวดฟัน

โดยยาแก้ปวดฟันมีข้อดีดังต่อไปนี้

• ช่วยบรรเทาอาการปวดฟัน สามารถช่วยบรรเทาความรู้สึกไม่สบายและบรรเทาได้ชั่วคราวจนกว่าคุณจะสามารถพบทันตแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยและรักษาที่เหมาะสม
• อาการปวดฟันอาจมาพร้อมกับการอักเสบได้ โดยยาแก้ปวดฟันสามารถช่วยลดการอักเสบและบวม ทำให้ความเจ็บปวดและความรู้สึกไม่สบายลดลง
• สามารถปรับปรุงการทำงานของฟันและปาก ช่วยให้กินและพูดได้อย่างสะดวกสบายมากขึ้น
• อาการปวดฟันสามารถมีอาการอื่นร่วมด้วย เช่น ปวดศีรษะ ปวดกราม หรือปวดหู ยาแก้ปวดฟันก็สามารถช่วยบรรเทาอาการที่เกี่ยวข้องเหล่านี้ได้

เลือกใช้ยาแก้ปวดฟัน ยี่ห้อไหนดี



ยาแก้ปวดฟันในท้องตลาดมีให้เลือกมากมายหลากหลายยี่ห้อ โดยในบทความนี้จะมาแนะยาแก้ปวดฟันบาคามอล (Bakamol) ซึ่งในยา 1 เม็ด ประกอบด้วยยาพาราเซตามอล 500 มิลลิกรัม มีเม็ดสีเหลือง ช่วยบรรเทาอาการปวด เช่น ปวดฟัน ปวดศีรษะ ลดไข้ รับประทานครั้งละ 1–2 เม็ด ทุก ๆ 4–6 ชั่วโมง และเก็บที่อุณหภูมิไม่เกิน 30 องศาเซลเซียส

โดยถ้าใช้ยานี้เกินขนาดที่ระบุไว้บนฉลากหรือเอกสารกำกับยา จะทำให้เป็นพิษต่อตับได้ และไม่ควรใช้ยานี้ติดต่อกันเกิน 5 วัน ซึ่งผู้ที่เป็นโรคไต โรคตับ ควรปรึกษาเภสัชกร หรือแพทย์ ก่อนใช้ยานี้

ยาแก้ปวดหัว หาซื้อตาม 7-11 ได้ไหม ราคาเท่าไหร่

ยาแก้ปวดฟันในเซเว่นจะมีให้เลือกอยู่หลากหลายยี่ห้อ และแต่ละยี่ห้อก็จะมีราคาที่แตกต่างกันออกไป ยาแก้ปวดฟันที่มีขายใน 7-11 เช่น

• บาคามอล (Bakamol) 500 มิลลิกรัม มีแผงสีเงิน เป็นยาแก้ปวดทรงกลมเม็ดสีเหลือง บรรจุแผงละ 10 เม็ด ราคา 12 บาท
• ซาร่า (Sara) 500 มิลลิกรัม มีแผงสีขาวลวดลายสีชมพู เป็นยาแก้ปวดทรงกลมเม็ดสีขาว บรรจุแผงละ 10 เม็ด ราคา 12 บาท
• ไทลินอล (Tylenol) 500 มิลลิกรัม มีแผงสีแดง เป็นยาแก้ปวดทรงรีเม็ดสีขาว บรรจุแผงละ 4 เม็ด ราคา 7.50 บาท
• พาราแคพ (Paracap) 500 มิลลิกรัม มีแผงสีเขียว เป็นยาแก้ปวดทรงรีเม็ดสีขาว บรรจุแผงละ 10 เม็ด ราคา 13 บาท
• พานาดอล (Panadol) 500 มิลลิกรัม มีแผงสีเงิน เป็นยาแก้ปวดทรงกลมเม็ดสีขาว บรรจุแผงละ 10 เม็ด ราคา 15 บาท

ยาแก้ปวดฟันใน 7-11 เหล่านี้สามารถช่วยบรรเทาอาการต่าง ๆ นอกจากปวดฟันด้วย เช่น ปวดศีรษะ ลดไข้ เป็นต้น

วิธีแก้ปวดฟันด้วยตัวเองง่าย ๆ ที่บ้าน



นอกจากการกินยาแก้ปวดฟันแล้ว ยังมีวิธีแก้ปวดฟันด้วยตัวเองง่าย ๆ ที่บ้าน เช่น

• ล้างปากด้วยน้ำเกลืออุ่น ๆ แล้วกลั้วปากประมาณ 30 วินาทีก่อนจะบ้วนทิ้ง ช่วยบรรเทาอาการปวดและลดการอักเสบ
• ประคบเย็นด้วยผ้าบาง ๆ ห่อน้ำแข็ง สามารถช่วยลดอาการปวดและลดอาการบวมได้ ใช้ประคบครั้งละ 15 นาที
• หลีกเลี่ยงอาหารที่มีรสหวานหรือเป็นกรดและเครื่องดื่มที่ร้อนหรือเย็นมากเกินไป เพราะอาจทำให้อาการปวดรุนแรงขึ้น

สรุป

การกินยาแก้ปวดฟัน เป็นการช่วยบรรเทาอาการปวดฟันลงไปได้แค่ชั่วคราว หากยาหมดฤทธิ์แล้วอาการยังไม่ดีขึ้น ควรรีบเข้าพบทันตแพทย์เพื่อหาสาเหตุและวิธีการรักษาอย่างถูกต้อง รวมถึงวิธีป้องกันเพื่อให้มีสุขภาพฟันที่แข็งแรง เพื่อสามารถใช้วิธีแก้ปวดฟันด้วยตัวเองง่าย ๆ ที่บ้าน จะได้ลดการกินยาแก้ปวดฟันให้น้อยที่สุด
ปรับปรุงล่าสุด September 28, 2023
0
September 27, 2023