การรักษาสายตา สามารถทำได้อย่างไร

การรักษาสายตา


ดวงตาเป็นอวัยวะสำคัญในร่างกายที่มีบทบาทต่อการใช้ชีวิตประจำวันของเรา ใช้สำหรับมองเห็นเพื่อรับรู้สิ่งต่าง ๆ ที่อยู่รอบตัวเรา ทำให้สามารถขับขี่ยานพาหนะ, ชื่นชมวิวทิวทัศน์, ศิลปะ, และสิ่งสวยงามอื่น ๆ มีอิสระสามารถเคลื่อนไหว รวมถึงทำกิจกรรมต่าง ๆ ด้วยตนเอง ซึ่งมีความสำคัญสำหรับประกอบอาชีพและการศึกษา


ความสำคัญของดวงตาอีกอย่างหนึ่งคือการสื่อสาร โดยดวงตามีบทบาทสำคัญสำหรับสื่อสารและสร้างความเข้าใจกับผู้อื่น ตัวอย่างเช่น ภาษาญี่ปุ่นจะมีสำนวนการพูดที่เกี่ยวข้องกับดวงตาเพื่อแสดงอารมณ์และความรู้สึก ซึ่งไม่ได้ใช้คำพูดทั้งหมด ดังนั้น ดวงตาเป็นส่วนสำคัญสำหรับสื่อสารทางภาษามืออีกด้วย


ดังนั้นการรักษาสายตาจึงเป็นสิ่งสำคัญ ซึ่งสาเหตุของสายตาสั้นหรือสายตาเสียเกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น อายุที่มากขึ้น สภาพแวดล้อม การบริโภคอาหารอย่างไม่เหมาะสม หรือสำคัญที่สุดคือใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อย่างโทรศัพท์หรือคอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน เพราะฉะนั้นต้องหาวิธีรักษาสายตาให้เหมาะสม


8 วิธีในการถนอมและรักษาสายตาจากการเล่นโทรศัพท์หรือคอมพิวเตอร์


ใส่แว่นตาเพื่อช่วยรักษาสายตา


การเล่นโทรศัพท์หรือคอมพิวเตอร์มักเป็นสาเหตุสายตาสั้นและอาจเสี่ยงทำให้สายตาเสีย เรามีวิธีถนอมสายตาจากคอมพิวเตอร์และโทรศัพท์ได้ด้วยวิธีต่าง ๆ ดังนี้


1. มีระยะห่างจากคอมพิวเตอร์หรือโทรศัพท์ที่เหมาะสม


ควรจัดวางคอมพิวเตอร์หรือระยะของโทรศัพท์ที่ห่างจากสายตาระยะประมาณ 50-70 เซนติเมตรโดยประมาณ และอยู่ในระดับสายตาพอดีเพื่อเป็นการรักษาสายตา


2. การกะพริบตาอย่างสม่ำเสมอ


การรักษาสายตาด้วยการกะพริบตาจะสามารถช่วยให้ดวงตาเกิดความชุ่มชื้นโดยมีน้ำตาหล่อเลี้ยงและช่วยปรับจูนโฟกัสดวงตา และป้องกันสิ่งระคายเคือง เช่น ฝุ่นหรือแสงสีฟ้าจากคอมพิวเตอร์กับโทรศัพท์ ซึ่งโดยปกติแล้วคนเราจะกะพริบตา 20-22 ครั้งต่อหนึ่งนาที แต่หากเราอยู่หน้าคอมพิวเตอร์หรือโทรศัพท์เราจะกะพริบตาเพียง 6-8 ครั้งต่อหนึ่งนาทีเท่านั้น ซึ่งอีกวิธีแก้ตาแห้งคือหยอดน้ำตาเทียมเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นอีกทางหนึ่ง


3. ปรับระดับความชัดของหน้าจอให้เหมาะสมกับสายตา


ซึ่งการปรับความคมชัดของตัวภาพและตัวอักษรทางหน้าจอคอมพิวเตอร์และโทรศัพท์ ให้เหมาะสมกับสายตา จะช่วยให้เราไม่ต้องปรับโฟกัสให้สายตาเสียมากเกินไปเป็นการรักษาสายตาอีกวิธีที่สะดวกสบาย


4. ปรับแสงสว่างภายในที่อยู่อาศัย


การปรับแสงสว่างภายในที่อยู่อาศัยจะช่วยรักษาสายตาซึ่งจะช่วยลดอัตราแสงสะท้อนบนหน้าจอและการกระทบของตัวแสงเข้าตาโดยตรง โดยปรับแสงผ่านเข้ามาในที่อยู่อาศัยอย่างเหมาะสม รวมถึงใช้วัสดุภายในบ้านที่มีพื้นผิวสีสะท้อน ให้ความรู้สึกโปร่งใส โล่ง และสบายตา ช่วยรักษาดวงตาและสายตาเสียได้เป็นอย่างดี


5. การพักสายตาการคอมพิวเตอร์หรือโทรศัพท์เป็นระยะ


เมื่อใช้งานคอมพิวเตอร์หรือโทรศัพท์ไปได้สักระยะเวลาหนึ่ง ควรมีการพักสายตาจากหน้าจอ จากนั้นมองไประยะไกลทางอื่นประมาณ 10-20 วินาที แล้วกลับมามองระยะใกล้โดยใช้ระยะเวลาเท่ากัน ซึ่งต้องทำสลับกันหลาย ๆ ครั้ง จะช่วยลดความตึงเครียดและช่วยคลายกล้ามเนื้อบริเวณดวงตาเพื่อรักษาสายตาอีกด้วย


6. ออกไปเปิดหูเปิดตากับโลกภายนอกบ้าง


เมื่อใช้งานคอมพิวเตอร์หรือโทรศัพท์เสร็จแล้ว ควรออกไปรับแสงสว่างจากภายนอกเพื่อรักษาสายตา ช่วยให้สายตาได้พักการใช้งาน เป็นวิธีถนอมสายตาจากคอมพิวเตอร์หรือโทรศัพท์เมื่อผู้ใช้เคลื่อนที่ต่างสถานที่ที่มีแสงแตกต่างกัน 


7. ใส่แว่นตาช่วยป้องกันฝุ่นและกรองแสงสีฟ้า


โดยการใสแว่นจะช่วยรักษาสายตาด้วยการป้องกันฝุ่นและกรองแสงสีฟ้าในขณะใช้งานคอมพิวเตอร์หรือโทรศัพท์ ซึ่งสามารถใส่ได้ทั้งคนสายตาสั้น สายตาเอียง สายตายาว หรือแม้กระทั่งคนที่เคยทำเลสิคมาก่อนก็สามารถใส่ได้ เพื่อช่วยให้สายตาใช้ได้อย่างยาวนาน


8. มีการปรึกษาจักษุแพทย์อย่างสม่ำเสมอ


เป็นอีกหนึ่งวิธีรักษาสายตา โดยควรตรวจสอบสุขภาพสายตาเป็นประจำเพื่อตรวจว่ามีปัญหาทางสายตาจากการใช้คอมพิวเตอร์และโทรศัพท์หรือไม่ ซึ่งหากเกิดขึ้นก็ควรเข้ารักษาตามคำแนะนำของจักษุแพทย์ต่อไป


3 ท่าบริหารกล้ามเนื้อตา


การนวดบริเวณดวงตาเพื่อรักษาสายตา


การบริหารกล้ามเนื้อตา เป็นวิธีรักษาสายตาสั้นและถนอมสายตาง่าย ๆ ที่สามารถรักษาสายตาได้ด้วยตัวเอง มีอยู่ 6 ท่า ได้แก่


1. การกลอกลูกตาขึ้น-ลง


หันใบหน้าไปข้างหน้า จากนั้นกลอกลูกตาไปข้างบนและลงข้างล่างช้า ๆ ไปกลับติดต่อกัน 10 ครั้งโดยไม่หันไปทางด้านข้างของใบหน้า


2. การกลอกลูกตาซ้าย-ขวา


หันใบหน้าไปข้างหน้า จากนั้นกลอกลูกตาไปข้างซ้ายและลงข้างขวาช้า ๆ ไปกลับติดต่อกัน 10 ครั้งโดยไม่หันไปทางด้านบนหรือล่างของใบหน้า


3. การกลอกลูกตาเป็นวงกลมแบบตามเข็ม-ทวนเข็ม


หันใบหน้าไปข้างหน้า หมุนลูกตากลอกตามเข็มและสลับทวนเข็มนาฬิกา ๆ ติดต่อกัน 10 ครั้งช้า ๆ โดยไม่หันหน้าตามทิศทางทางของสายตา


4. การกลอกลูกตาเฉียงขึ้น-ลง


หันใบหน้าไปข้างหน้า กลอกลูกตาเฉียงไปตามคิ้วซ้ายหรือขวา หลังจากนั้นแล้วกลอกตาลงตั้งฉากตรงข้างล่างติดต่อกัน 10 ครั้งช้า ๆ แล้วเปลี่ยนฝั่งไปทำแบบเดียวกัน โดยไม่หันหน้าตามทิศทางทางของสายตา


5. การนวดบริเวณดวงตา


ทำการหลับตาแล้วใช้มือทั้งสองข้างนวดบริเวณหัวคิ้วจนถึงหัวตา จะทำให้กล้ามเนื้อดวงตาผ่อนคลาย โดยจำนวนครั้งการนวดคลึงควรนวดตามเข็มและทวนเข็มไปกลับสลับติดต่อกัน 10 ครั้งช้า ๆ


6. การปรับโฟกัสสายตา 3 ระดับ


โดยชูนิ้วชี้ข้างขวาออกไปสุดแขน แล้วเลื่อนนิ้วใกล้เข้ามาให้ห่างจากใบหน้า 3 นิ้ว ช้า ๆ แล้วสลับติดต่อกัน 10 ครั้ง โดยหันใบหน้าไปข้างหน้า ไม่เอียง และงอตัวตามนิ้ว


สรุป


การรักษาสายตาเป็นเรื่องสำคัญ ควรปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่เสี่ยงส่งผลกระทบกับการมองเห็นของดวงตา รวมถึงฝึกบริหารกล้ามเนื้อตาและกินอาหารดูแลบำรุงรักษาสายตาอย่างสม่ำเสมอ หากพบความผิดปกติของดวงตาควรเข้าพบจักษุแพทย์ในทันที

ปรับปรุงล่าสุด May 10, 2024
0
September 11, 2023