อยากได้ iPhone 15 แต่ไม่รู้จะซื้อรุ่นไหนมาใช้ดี มาดู
ดีไซน์แตกต่างจากรุ่นเดิม มาดูดีไซน์ภายนอกของรุ่น
iPhone 15 และ iPhone 15 Pro กันก่อน หน้าจอมีขนาด 6.1 นิ้วเท่ากัน การเปลี่ยนแปลงอาจจะไม่มากเท่ากับ 2 รุ่นหน้าจอขนาด 6.7 นิ้ว อย่าง iPhone 15 Plus และ iPhone 15 Pro Max แต่ก็มีการอัปเกรดที่น่าสนใจไม่น้อย มีข่าวลือว่า iPhone 15 Pro และตัวท็อปอย่าง iPhone Pro Max จะเปลี่ยนกรอบตัวเครื่องเป็นไทเทเนียมแทนสแตนเลสที่มีความแกร่งเพิ่มขึ้น แต่ไม่สามารถยืนยันได้จากเครื่องดัมมี่
ชิป A17 Bionic ใน iPhone 15 รุ่นมาตรฐานคาดว่าจะใช้ชิป A16 Bionic เหมือนเดิม ส่วนรุ่น
iPhone 15 Pro และ iPhone 15 Pro Max จะเปลี่ยนไปใช้ชิป A17 Bionic ที่มีการปรับปรุงประสิทธิภาพอย่างต่อเนื่อง สามารถประหยัดพลังงานมากขึ้น 35% และมีอายุการใช้งานแบตเตอรี่ที่ยาวนานขึ้น เมื่อเทียบกับ iPhone 14 Pro
ไม่มีพอร์ต Lightning อีกแล้ว ค่ายแอปเปิลจะยกเลิกพอร์ต Lightning ที่เป็นสิทธิบัตรของตน และเปลี่ยนไปใช้ USB-C บน iPhone 15 ทุกรุ่น หรืออาจจะแค่บางรุ่นในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ ในเบื้องต้นคาดว่าในรุ่นปกติ iPhone 15 และ
iPhone 15 Max ยังได้ความเร็ว USB 2.0 เท่าเดิม ส่วนรุ่น iPhone 15 Pro และ iPhone 15 Pro Max มาพร้อมกับพอร์ต USB 3.2 หรือ Thunderbolt 3 ซึ่งถือว่าเป็นรุ่นแรกที่ได้ใช้พอร์ตการเชื่อมต่อแบบ USB-C ตามมติที่สหภาพยุโรปประกาศจะให้สายชาร์จโทรศัพท์มือถือของประเทศสมาชิกเป็นมาตรฐานเดียวกัน คาดว่าจะทำให้การถ่ายโอนไฟล์ข้อมูลรวดเร็วขึ้นมาก
รองรับ Wi-Fi 6Eอีกการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญคือ iPhone 15 Series ทุกรุุ่น จะรองรับการเชื่อมต่อ Wi-Fi 6E ทำให้เชื่อมต่อไร้สายได้เร็วขึ้น เรียกว่าเป็นเทคโนโลยีแบบเดียวกับ Mac และ iPad Pro นั่นเอง แต่ข่าวลือบางกระแสคาดว่ารุ่นที่เริ่มต้นอัปเกรด Wi-Fi 6E จะมีตั้งแต่ iPhone 15 Pro ขึ้นไป
RAM เพิ่มขึ้น ข่าวลือบางกระแสระบุว่าจะมีแรมเพิ่มขึ้นในรุ่น iPhone 15 Pro และ
iPhone 15 Pro Max เป็น 8GB ส่วนรุ่นธรรมดาอย่าง iPhone 15 กับ iPhone 15 Plus จะยังคงมี RAM 6GB เท่าเดิม ช่วยให้ทำงานได้หลายอย่างพร้อมกันและมีประสิทธิภาพมากขึ้น สามารถเข้าถึงพื้นที่จัดการเนื้อหาและพักแอปฯ ค้างไว้ในพื้นหลังได้มากขึ้น เรียกว่าสมรรถมะโดยรวมของตัวเครื่องสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
ปุ่ม Action มาแทนปุ่มสวิตช์ปิดเสียง มีข่าวลือออกมาว่าแอปเปิลจะใช้งานปุ่ม Action แทนปุ่มปิดเสียงแบบเดิมตั้งแต่รุ่น iPhone 15 Pro ขึ้นไป ซึ่งกดเพื่อปรับแต่งฟังก์ชันการใช้งานต่าง ๆ ได้เหมือน กับ Apple Watch Ultra เช่น เปิดไฟฉาย, ล็อกการหมุนหน้าจอ, เปิดกล้อง, ถ่ายภาพและบันทึกวิดีโอหน้าจอ, เรียกใช้ Shortcuts ฯลฯ โดยฟังก์ชันเหล่านี้สามารถตั้งค่าได้ในฟีเจอร์ Back Tap เช่น เคาะหลังเครื่อง 2 ครั้งเพื่อถ่ายภาพหน้าจอ เป็นต้น
ค่ายแอปเปิลวางแผนจำหน่าย iPhone 15 ช่วงเดือนกันยายนปีนี้ ราคาโดยประมาณคือ
iPhone 15 ราคา 32,900-45,900 บาท
iPhone 15 Plus ราคา 37,900-50,900 บาท
iPhone 15 Pro ราคา 41,900-63,900 บาท
iPhone 15 Pro Max ราคา 44,900-66,900 บาท
การเปลี่ยนแปลงด้านฮาร์ดแวร์ส่วนใหญ่มักจะมีในรุ่น iPhone 15 Pro และ iPhone 15 Pro Max ส่วนตัวเครื่องจริงจะเป็นอย่างไร มารอติดตามพร้อมกันช่วงประมาณเดือนกันยายนเป็นต้นไป