เด็กวัยประถม-มัธยม ย่อมมีกิจกรรมที่ทำร่วมกับเพื่อน เนื่องจากเป็นวัยที่กลุ่มเพื่อนมีอิทธิพลมาก ซึ่งเด็กผู้ชายวัยนี้นิยมเล่นฟุตบอล เพราะเล่นง่าย เพียงแค่ซื้อลูกบอลมาก็เริ่มเตะบอลได้แล้วตามสนามกีฬาในหมู่บ้าน และผู้ปกครองสามารถส่งเสริมลูกด้วยการแนะนำ วิธีเตะบอล ง่าย ๆ เช่น การเดาะบอล หรือ การเตะลูกให้แรงเพื่อทำประตู เป็นต้น
สอนเตะบอล เดาะลูกฟุตบอล ผู้เริ่มเล่นฟุตบอล ต้องฝึกให้ร่างกายคุ้นชินกับลูกบอลเสียก่อน ด้วยการฝึก เดาะบอล ซึ่งการควบคุมขาให้เคลื่อนไหวเหมือนแขนนั้นทำได้ยากกว่า การเดาะฟุตบอลจะช่วยให้เท้าคุ้นชินกับน้ำหนักและการเคลื่อนที่ของลูกฟุตบอลมากขึ้น ที่สำคัญการเดาะลูกบอล ยังฝึกฝนด้วยตนเองได้ ทำให้เล่นเก่งและพัฒนากว่าผู้เล่นคนอื่นที่เล่นแต่ในสนามอย่างเดียว
เคล็ดลับการเดาะลูกบอล 1.ใช้เท้าข้างที่ถนัด ยกลูกบอลให้อยู่หลังเท้า จากนั้นใช้เท้าเดาะลูกให้มีความสูงประมาณช่วงเอว
2.การฝึกเดาะลูกควรพัฒนาอย่างค่อยเป็นค่อยไป ด้วยการตั้งเป้าหมายเล็ก ๆ ไว้ก่อน
3.เมื่อใช้เท้าข้างที่ถนัดเดาะลูกบอลได้คล่องแล้ว ให้เริ่มฝึกขาอีกข้างด้วยวิธีเดียวกัน
4.และเมื่อใช้เท้าทั้ง 2 ข้าง เดาะลูกด้วยหลังเท้าคล่องแล้ว ให้เริ่มเดาะลูกบอลด้วยส่วนอื่น เช่น หัวเข่า และศีรษะ เป็นต้น
วิธีเตะบอลให้แรง พัฒนาฝีมือไม่หยุดยั้ง เด็กวัยนี้ยังไม่สามารถกะแรงตามความเหมาะสมได้ ทำให้มีโอกาสเตะบอลแล้วหกล้ม ซึ่งผู้ปกครองอาจเริ่มสอนด้วยการเร่งความเร็วง่าย ๆ ด้วยการให้วิ่งเหยาะ ๆ อยู่กับที่เป็นระยะเวลาหนึ่ง จากนั้นให้เริ่มวิ่งด้วยความเร็ว เพื่อให้เด็กทำความคุ้นชินว่าความเร็วประมาณเท่านี้ คือความเร็วอันเหมาะสมสำหรับการเตะบอล
เมื่อหัดให้วิ่งด้วยความเร็วสม่ำเสมอแล้ว ขั้นตอนต่อไป คือ สอนเตะบอล โดยการเตะบอลด้วยข้างเท้าด้านในได้รับความนิยมสูง เนื่องจากควบคุมลูกบอลได้ดี และหากต้องการเตะให้มีความแรง ควรหันปลายเท้าเฉียงกับลูกบอลประมาณ 45 องศา ก่อนยิงให้วิ่งและเร่งความเร็วจนถึงจุดสูงสุด จากนั้นเตะให้ข้างเท้าโดนกลางลูกให้มากที่สุด และควรเอียงตัวไปด้านซ้ายด้วย เพื่อให้ลูกพุ่งด้วยความแรงจนผู้รักษาประตูฝ่ายตรงข้ามรับลูกไม่ทัน
ส่วนการเตะบอลด้วยข้างเท้าด้านนอก เหมาะสำหรับนักเตะที่มีประสบการณ์ เพราะเป็นเทคนิคที่ผู้เล่นใช้เลี้ยงลูก หลบการแย่งลูกบอลจากฝ่ายป้องกันทีมตรงข้าม และส่งบอลต่อให้ผู้เล่นในทีมมีโอกาสทำประตูต่อไป
ประโยชน์ของการเล่นฟุตบอล ที่มากกว่าการเล่นสนุก1.ป้องกันโรคอ้วนปัจจุบันมีเด็กจำนวนไม่น้อยที่มีความเสี่ยงกับโรคอ้วนจากการบริโภคอาหารฟาสต์ฟู้ดและน้ำอัดลมมากเกินไป การเตะฟุตบอลเป็นกีฬาที่ช่วยเผาผลาญพลังงานสูง เนื่องจากต้องวิ่งไปมาตลอดเกมการแข่งขันครึ่งละ 45 นาที และใช้กำลังค่อนข้างมาก ทำให้ความเสี่ยงเป็นโรคอ้วนลดลง
2.โรคไข้หวัดประจำฤดูกาลการออกกำลังกายช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันมากขึ้น ซึ่งเราสังเกตได้จากเด็กที่ออกกำลังกายสม่ำเสมอ นาน ๆ ถึงจะเป็นโรคไข้หวัด เพราะร่างกายแข็งแรงนั่นเอง
ยิ่งไปกว่านั้น ฟุตบอลยังช่วยพัฒนาการสื่อสารและการทำงานร่วมกันเป็นทีม อีกทั้งยังช่วยต่อยอดไปสู่การเข้าสังคมในสถานที่แห่งใหม่ พัฒนาไปสู่การเล่นและแข่งขันระดับอาชีพได้ ดู
วิธีเตะบอลให้แรงที่ไมโล