ในปัจจุบันผู้ที่มีภาวะมีบุตรยากอาจจะเกิดได้ทั้งฝ่ายชาย และฝ่ายหญิงได้เช่นเดียวกัน รวมทั้งมลภาวะสภาพอากาศต่างๆ หรือปัญหาสุขภาพของทั้งสองฝ่ายที่เป็นส่วนหนึ่งที่เป็นสาเหตุของผลกระทบนี้ด้วย จากการสำรวจสาเหตุปัญหามีบุตรยาก สาเหตุอาจเกิดจากฝ่ายชายมีมากถึงร้อยละ 25 อีกด้วย เพื่อให้บางท่านเตรียมความพร้อมในการสร้างครอบครัว สามารถวางแผนในการตรวจสุขภาพ ทั้งการ
ตรวจอสุจิของว่าที่คุณพ่อมือใหม่ เรามาทำความเข้าใจกับการตรวจอสุจิกันเถอะ
มาทำความรู้จักกับการตรวจอสุจิกันเถอะ
ก่อนที่เราจะเข้าสู่เนื้อหาเกี่ยวกับการตรวจอสุจิ เรามาทำความรู้จักเบื้องต้นกับอสุจิขั้นพื้นฐานกันเถอะ
อสุจิ ( สเปิร์ม / Sperm ) คือเซลล์ที่ทำหน้าที่สืบพันธุ์ของเพศชาย โดยมีส่วนประกอบด้วยน้ำหล่อลื่น น้ำ และอาหารอสุจิ เกิดขึ้นจากกระบวนการภายในระบบสืบพันธุ์ที่ถูกขับออกจากร่างกาย ด้วยการหลังของเหลวชนิดหนึ่งออกมาทางอวัยวะเพศ ไม่ว่าจะเป็นเหตุเมื่อถึงจุดสุดยอด การช่วยตัวเอง หรือขับของเหลวออกมาตามธรรมชาติ ซึ่งหลายๆท่านจะรู้จักในชื่อที่เรียกว่า ฝันเปียก (Wet dream) นั้นเอง
- หน้าที่ของอสุจิ คือ มุ่งหน้าเดินทางไปยังระบบสืบพันธุ์ของเพศหญิง เพื่อปฏิสนธิกับไข่ เมื่อปฏิสนธิสำเร็จสมบูรณ์ได้แล้วนั้น จึงเป็นขั้นตอนที่ทำให้เกิดการตั้งครรภ์นั้นเอง
- ในน้ำอสุจิจะประกอบด้วย 2 ส่วน คือ อย่างแรก : เซลล์อสุจิ นั้นคือ ตัวอสุจิ (Spermatozoa) , เม็ดเลือดขาว , เซลล์เยื่อบุ เป็นต้น ในส่วนที่สองจะเป็นส่วนของของเหลว (Seminal fluid) เป็นสารที่ใช้หล่อเลี้ยงตัวอสุจิ ได้แก่ ฟลาวีน (Flavine) , สังกะสี(Zinc) , กรดซิตริค (Citric Acid) เป็นต้น
- ลักษณะของน้ำอสุจินั้น เมื่อออกจากอวัยวะเพศจะมีลักษณะสีขาวขุ่น บางท่านอาจจะมีสีข้นปนเทา
- เมื่อมีการหลั่งน้ำอสุจิออกมา ตัวน้ำอสุจิจะมีการจับตัวเป็นก้อนลิ่ม จนเมื่อเวลาผ่านไป 5 – 40 นาที จะกลายสภาพเป็นของเหลว ซึ่งหากน้ำอสุจิที่หลั่งออกมามีลักษณะไม่จับตัวเป็นลิ่ม / เป็นของเหลวทันทีที่หลัง จึงเป็นสัญญาณที่บ่งบอกลักษณะของความผิดปกได้อีกด้วย ทั้งหากเมื่อมองจากภายนอกจะไม่สามารถทราบได้ว่าจะมีจำนวนอสุจิอยู่มากเพียงใด อสุจิที่หลั่งออกมาพร้อมที่จะสามารถทำการสืบพันธุ์ได้หรือไม่นั้น จะขึ้นอยู่ที่ผลการตรวจอสุจิว่ามีความสมบูรณ์อย่างไรนั้นเอง
โดยปกติแล้วนั้นน้ำอสุจิ จะผลิตสารคัดหลั่งด้วยจำนวนของอสุจิประมาณ 300 – 500 ล้านตัว พร้อมกับหลั่งประมาณ 1.5-7.6 มิลลิลิตร ของน้ำอสุจิต่อครั้ง รวมถึงขึ้นอยู่กับความถี่ในการหลั่ง ปริมาณน้ำอสุจิจะมากน้อยจะขึ้นกับความย่อยในการหลั่ง หากมีบางท่านหลั่งบ่อยจะมีน้ำอสุจิลดน้อยลง หากนานๆครั้งหลั่งจะทำให้มีปริมาณน้ำอสุจิมีปริมาณมาก แต่อย่างไรก็ตามหากท่านมีจำนวนน้ำอสุจิน้อยกว่า 1.5 มิลลิลิตรจนอาจมีภาวะของน้ำอสุจิน้อยกว่าปกติ (Hypospermia) ที่จะส่งผลให้เกิดภาวะของอาการมีบุตรยากได้
แล้วสีของอสุจิบ่งบอกโรคอะไรหรือไม่ ซึ่งบางลักษณะของสีจะบ่งบอกอาการได้หลายอย่าง หากมีสีที่ผิดปกติมากควรรีบติดต่อแพทย์เพื่อเช็คอาการทันที โดยแบ่งลักษณะของสีดังนี้
- ลักษณะเป็นสีน้ำตาลแดง /สีชมพู : สาเหตุอาจเกิดจากการปนของเลือด บางรายเกิดจากการอักเสบจากปัญหาสุขภาพ จนส่งผลกระทบต่อทางเดินปัสสาวะจนทำให้หลอดเลือดเสียหาย มีเลือดปะปนมากับน้ำอสุจิได้
- ลักษณะเป็นสีเหลืองปนเขียว : สาเหตุอาจเกิดจากติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์ มีการติดเชื้อทางต่อมลูกหมาก อาจรวมถึงภาวะเซลล์เม็ดเลือดขาวสูงกว่าเกินปกติ (Leukocytospermia) และอาจจะรวมถึงมีสารตกค้างในน้ำอสุจิได้เช่นกัน
ดังนั้นการตรวจอสุจิ /ตรวจสเปิร์ม จึงเป็นการตรวจสอบถึงสาเหตุความผิดปกติของอสุจิ โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ นักวิทยาศาสตร์ที่เฉพาะทาง เพื่อนำมาประเมินความสามารถในการวางแผนการมีบุตรของฝ่ายชายในการสร้างครอบครัวอย่างที่ท่านหวังไว้ ทั้งยังเป็นการวิเคราะห์ปัญหาของการสืบพันธุ์ จากการตรวจสอบคุณภาพทั้งความสมบูรณ์ของอสุจิ , ปริมาณของอสุจิ , จำนวนเซลล์อสุจิ , การเคลื่อนไหวของอสุจิ , ความแข็งแรงในการเคลื่อนไหว และหาความผิดปกติ เพื่อนำไปสู่การแก้ไขปัญหาภาวะของผู้มีบุตรยากของฝ่ายชาย พร้อมทั้งได้รับคำปรึกษาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในการวางแผนการมีบุตรต่อไปนั้นเอง
จากความรู้ในเรื่องของอสุจิเบื้องต้นที่ได้กล่าวมาแล้วนั้นเอง จะเห็นได้ว่าเป็นวัตถุประสงค์ของบางท่านที่ต้องการนำน้ำอสุจิมาตรวจวิเคราะห์ จะมีด้วยกัน 2 กรณี คือ
- ท่านใดที่มีภาวะผู้มีบุตรยาก หรือผู้มีความผิดปกติของอสุจิ
- กรณีติดตามผลในการทำหมันของฝ่ายชาย
เมื่อตรวจอสุจิ สามารถบ่งบอกปัญหาที่พบเจอได้อย่างไรบ้าง
การตรวจอสุจิจากผู้มีอาการภาวะมีบุตรยากด้วยการตรวจอสุจินั้น ก็เพื่อทำการวิเคราะห์ พร้อมประเมินคุณภาพของน้ำอสุจิ ซึ่งส่งผลต่อการอัตราการเกิดการตั้งครรภ์ มีปัจจัยดังต่อไป
- เสาะหาสาเหตุความผิดปกติของจำนวนอสุจิ ซึ่งสาเหตุอาจเกิดจากท่ออสุจิเกิดท่อตัน/ตีบ รวมทั้งอัณฑะไม่มีการผลิตตัวอสุจิ หรือสร้างน้อยกว่าเกินปกตินั้นเอง
- เซลล์อสุจิมีการเคลื่อนไหวไม่แข็งแรง จนส่งผลทำไม่มีแรงว่ายผ่านปากมดลูกของฝ่ายหญิงจนไปพบกับรังไข่ในท่อนำไข่ได้
- ลักษณะรูปร่างของอสุจิมีรูปร่างผิดปกติ บางเซลล์มีรูปร่างไม่สมบูรณ์จนส่งผลต่อการปฏิสนธิกับไข่ได้
ข้อสังเกต
หากท่านรับรู้ถึงความผิดปกติ รวมถึงบางท่านอาจมีข้อสงสัยว่าควรตรวจอสุจิเมื่อไหร่นั้น การตรวจอสุจิจึงต้องเป็นผู้ที่เข้าเกณฑ์ของอาการภาวะมีบุตรยาก เนื่องจากในปัจจุบันปัญหาผู้มีบุตรยากมีเพียง 15 % จากประชากรทั้งหมดเพียงเท่านั้น แต่หากท่านมีอาการดังต่อไปนี้ ต้องเข้ารับการตรวจเพื่อหาสาเหตุที่จะช่วยแก้ไขปัญหาได้ทันท่วงที ได้แก่
- ผู้มีโรคประจำตัว รวมทั้งภาวะที่ส่งผลเสียต่อคุณภาพของอสุจิ ดังเช่น ผู้สูบบุหรี่เป็นประจำ รวมถึงผู้มีโรคประจำตัว เช่น โรคตับ โรคไต ผู้มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง/ผิดปกติ รวมทั้งเคยมีประวัติเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์มาก่อน
- เป็นผู้มีปริมาณน้ำอสุจิ และคุณภาพของอสุจิลดลงหลังจากอายุ 30 ปีขึ้นไป ซึ่งจะเริ่มเห็นผลชัดเจนหลังจากอายุ 40 ปี ที่ส่งผลให้อัตราการตั้งครรภ์แย่ลงเป็นต้น
- บางท่านที่มีภรรยาอายุมากกว่า 37 ปี โดยมีความประสงค์วิเคราะห์ข้อมูลอสุจิ เพื่อนำไปใช้ในการวางแผนมีบุตรได้เร็วขึ้นอีกทาง
เมื่อตรวจอสุจิมีวิธีวิเคราะห์น้ำอสุจิมีอะไรบ้าง
การตรวจอสุจิ เป็นวิธีทดสอบปริมาณ คุณภาพ หาจำนวน วิเคราะห์การเคลื่อนไหว รวมทั้งตรวจสอบรูปร่างความผิดปกติต่างๆของน้ำอสุจิด้วยมาตรฐานระดับสากลจากองค์การอนามัยโลก (WHO Criteria) ซึ่งมีด้วยกันดังนี้
- ตรวจดูสาเหตุด้วยตาเปล่า (Macroscopic Examination) : เป็นการตรวจดูลักษณะทั่วไป เช่นตรวจดูสี ความขุ่น ความใส ความหนืด ความเป็นกรดด่าง ทั้งการละลายตัวทั้งปริมาณของน้ำอสุจิ เป็นต้น
- ตรวจด้วยกล้องจุลทรรศน์ (Microscopic Examination) : ตรวจจำนวนของเซลล์อสุจิ วิเคราะห์อัตราการเคลื่อนไหว อัตราการรอดชีวิต สำรวจรูปร่าง ทั้งวิเคราะห์ส่วนประกอบของเม็ดเลือดขาวเม็ดเลือดแดงของอสุจิ เป็นต้น
บริการตรวจอสุจิราคาเริ่มต้นเท่าไหร่
ตรวจคุณภาพอสุจิ หรือตรวจอสุจิ ในแต่ละคลินิกจะมีราคาที่แตกต่างกันไป โดยครอบคลุมในทุกขั้นตอนไม่ว่าจะเป็น ตรวจความเคลื่อนไหวของตัวอสุจิ วัดปริมาณน้ำอสุจิ ทั้งความเข้มข้นของอสุจิ ตรวจสอบรูปร่าง – การรอดชีวิตของ เช็คจำนวนเม็ดเลือดขาว และจำนวนเม็ดเลือดแดงในน้ำอสุจิ ในราคาค่าตรวจคุณภาพอสุจิจากคลินิก Beyond IVF เริ่มต้นเพียง 1,500 บาท ซึ่งใช้เวลาในการตรวจพร้อมรอฟังผลในเวลา 1- 2 ชั่วโมง จากการแจ้งผ่านนักวิทยาศาสตร์ที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทางทุกเคสนั้นเอง
ควรเข้ารับบริการตรวจอสุจิที่ไหนดี
เนื่องจากปัจจุบันยังไม่มีชุดตรวจอสุจิด้วยตนเอง ด้วยปัจจัยต่างๆจากภายนอกที่ส่งผลกระทบให้สภาพของอสุจิมีความไม่แข็งแรงไม่ว่าจะด้วยสภาพอากาศ ความร้อน อุณหภูมิ ที่ส่งผลทำให้ตัวอสุจิอาจตายก่อนที่นำเข้าสู่ห้องปฏิบัติการ (ห้องแล็บ) หากท่านต้องการตรวจอสุจิ เพื่อทำการวิเคราะห์สภาพให้ได้ผลที่ต้องการควรเข้าปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญนั้นเอง
แล้วเราควรเลือกคลินิกในการตรวจได้อย่างไร ที่สามารถวิเคราะห์คุณภาพของอสุจิ ? การเลือกสถานที่ห้องปฏิบัติการ (ห้องแล็บ) จึงเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็น
- ขั้นตอนการปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์ในการเก็บตัวอย่างน้ำอสุจิ การส่งเข้าห้องตรวจ
- สถานที่ที่ใช้ต้องมีความปลอดภัยตามมาตรฐาน เช่น ห้องปลอดเชื้อในการเก็บอสุจิ
- ทีมนักวิทยาศาสตร์ผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์ที่ผ่านการฝึกอบรมเฉพาะทางด้านนี้โดยตรง
เพราะผลของการตรวจอสุจิ จะสามารถให้คำอธิบายจากการวิเคราะห์ผลตรวจจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางอย่างละเอียด พร้อมสามารถช่วยแนะนำแนวทางการแก้ไขปัญหา พร้อมช่วยหาคำตอบที่ท่านกำลังเผชิญได้นั้นเอง
คลินิกตรวจอสุจิที่ตอบโจทย์
ขอแนะนำคลินิกที่สามารถตอบโจทย์ในการช่วยแก้ปัญหาของท่านที่กำลังเผชิญในภาวะมีบุตรยาก หรือการตรวจอสุจิเพื่อตรวจสอบความแข็งแรงก่อนการเตรียมตัวในการเป็นคุณพ่อมือใหม่ นั่นคือ Beyond IVF ที่มาพร้อมนักวิทยาศาสตร์ผู้มากประสบการณ์ พร้อมทั้งแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะที่ช่วยแนะนำแนวทางการแก้ไข หากพบเจอกรณีที่อสุจิมีความผิดปกติให้สามารถหาทางออกได้ หากท่านมีข้อสงสัยเพิ่มเติม รวมทั้งต้องเข้ารับคำปรึกษาเกี่ยวกับปัญหามีบุญยาก สามารถติดต่อสอบถามได้ที่ Line : @beyondivf
ข้อสรุป
ผู้ที่พบเจอภาวะผู้มีบุตรยาก ซึ่งสาเหตุของปัญหาอาจจะไม่เกิดจากฝ่ายหญิงเพียงฝ่ายเดียว อาจจะรวมถึงฝ่ายชายได้ด้วยเช่นกัน การค้นหาสาเหตุ พร้อมทั้งวิเคราะห์วิธีแก้ปัญหาจากสาเหตุภาวะผู้มีบุตรยาก รวมถึงเข้ารับคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญ และการตรวจอสุจิจึงเป็นหนทางแก้ไขที่ช่วยรักษาอาการตามแต่ละบุคคลได้อย่างมีประสิทธิภาพนั้นเอง
ปรับปรุงล่าสุด August 21, 2023