“บัตรกดเงินสด” ดาบสองคมของผู้ใช้งาน เป็นตัวช่วยชั้นดีในวันที่เราต้องการเงินสดมาใช้จ่ายอย่างเร่งด่วน แต่หากขาดวินัยในการใช้งาน รู้ตัวอีกที ก็อาจกลายเป็นหนี้ก้อนโตจนน่ากลัวได้เช่นกัน วันนี้เราจึงมี
วิธีกดบัตรเงินสดแบบมือโปรมาบอก ช่วยให้คุณเข้าใจวิธีการใช้บัตรกดเงินสดให้เป็นโดยที่ไม่ต้องกลัวเป็นหนี้หรือเสียดอกเบี้ยบานเบอะเลย
ข้อดีของบัตรกดเงินสด
เป็นสินเชื่อส่วนบุคคลประเภทที่ไม่ต้องการบุคคลค้ำประกัน แต่ต้องมีศักยภาพเพียงพอในการจ่ายค่าธรรมเนียมและดอกเบี้ยรายเดือนได้
กดเงินสดจากตู้ ATM ได้โดยไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมและ VAT ต่างจากการกดเงินสดด้วยบัตรเครดิตซึ่งต้องเสียค่าธรรมเนียม 3% และ VAT เพิ่ม
เหมาะสำหรับการใช้งานในกรณีฉุกเฉิน สามารถกดจำนวนเงินออกมามากน้อยได้ตามใจ ขึ้นอยู่กับวงเงินที่สถาบันการเงินอนุมัติ
วิธีกดบัตรเงินสดอย่างเข้าใจ ห่างไกลหนี้ก้อนโต
แม้ว่าบัตรกดเงินสดจะมีข้อดีมากมาย แต่ด้วยอัตราดอกเบี้ยที่สูงที่สุดในบรรดาสินเชื่อส่วนบุคคลทั้งหมด มีอัตราดอกเบี้ยสูงสุดอยู่ที่ 28% ต่อปีและมีการคิดดอกเบี้ยรายวันด้วย ก่อนจะกดเงินสดออกมาใช้จ่ายจึงควรคำนวณความสามารถชำระคืนทั้งต้นทั้งดอกให้ดี และควรกดออกมาใช้เมื่อจำเป็นเท่านั้น โดยวิธีกดบัตรเงินสดให้ปลอดภัย ห่างไกลหนี้ไม่รู้จบ มีอยู่ 4 ข้อด้วยกัน ได้แก่
จำกัดวงเงินในการใช้จ่ายให้ชัดเจน
เริ่มต้นจากการประเมินกำลังการจ่ายคืนของตัวเองว่าสามารถจ่ายคืนได้เท่าไหร่ต่อเดือน ป้องกันการกดเงินออกมาใช้จ่ายแบบเต็มวงเงินจนรายรับในแต่ละเดือนไล่ไม่ทัน สุดท้ายจึงกลายเป็นการทำงานใช้หนี้บัตรกดเงินสดไปโดยปริยาย
อย่าจ่ายหนี้แค่ขั้นต่ำ
การใช้วิธีกดบัตรเงินสดเพื่อนำเงินจำนวนมากออกมาใช้จ่ายก่อนแล้วทยอยผ่อนรายเดือนด้วยเงินขั้นต่ำทีหลังถือเป็นวิธีที่ผิดมหันต์ เพราะจะทำให้เกิดวงจรหนี้ไม่รู้จบ ดอกเบี้ยจะเพิ่มขึ้นทุกเดือน ในขณะที่เงินที่จ่ายไปถูกนำไปลดยอดเงินต้นเพียงนิดเดียวเท่านั้น หากอยากเป็นลูกหนี้ชั้นดีแถมไม่มีภาระดอกเบี้ยเพิ่มเป็นดินพอกหางหมู ควรจ่ายเต็มจำนวนทุกครั้งจะปลอดภัยที่สุด
จ่ายเงินตรงตามเวลาที่กำหนด
การจ่ายเงินตามกำหนดหรือจ่ายก่อนกำหนดจะช่วยป้องกันการเสียค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้นได้ ไม่ว่าจะเป็นดอกเบี้ย ค่าติดตามทวงหนี้ ค่าปรับจากการชำระล่าช้า และช่วยรักษาเครดิตให้เราเป็นลูกหนี้ชั้นดีอีกด้วย
อ่านเอกสารแจ้งหนี้อย่างละเอียด
ข้อสุดท้ายสำหรับวิธีกดบัตรเงินสดให้ไม่เสี่ยงเป็นหนี้หัวโต คือ การตรวจสอบใบแจ้งหนี้ทั้งในรูปแบบเอกสารและรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์อย่างละเอียด ทั้งวันสรุปยอด วันครบกำหนดชำระ วงเงินที่ใช้ไป และอัตราดอกเบี้ย เพื่อทำความเข้าใจและช่วยวางแผนการใช้บัตรกดเงินในเดือนถัดไปได้อย่างถูกต้องนั่นเอง