“งานไม้” จัดเป็นอีกหนึ่งประเภทงานช่างที่ต้องอาศัยประสบการณ์และความเชี่ยวชาญอย่างแท้จริง เพราะนอกจากจะมีรายละเอียดซับซ้อน แถมวัสดุที่ใช้ร่วมกับงานไม้จะมีราคาสูงจะมีราคาสูงแล้ว การเลือกสีงานไม้ก็เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้งานไม้เป็นอีกหนึ่งงานปราบเซียนสำหรับช่างหลาย ๆ คน โดยส่วนใหญ่แล้ว
สีงานไม้นั้นจะมีลักษณะเฉพาะตัว ทำให้ต้องรู้จักน้ำหนักในการลงฝีแปรง อีกทั้งยังต้องจับจังหวะเลือกช่วงเวลาที่เหมาะสมด้วย เพราะไม้บางประเภทนั้นสามารถยืดและหดได้ตามสภาพอากาศ ซึ่งสำหรับช่างคนไหนที่อยากลุยงานทาสีไม้ให้ออกมาทนทาน สวยงาม และไม่มีปัญหาเหนียวหรือลอกตามมา วันนี้เราจะขอพาช่างทุกคนไปรู้จักกับ 3 เคล็ดลับที่จะช่วยทำให้งานไม้ออกมาไร้ที่ติดมากที่สุดกัน แต่จะมีอะไรบ้างนั้น ถือกระป๋องสีและแปรงมาดูพร้อมกันเลย!
เลือกสีงานไม้ให้เหมาะสม ก่อนที่จะตัดสินใจเลือกใช้สีงานไม้ เจ้าของช่างทุกคนต้องมาพิจารณาก่อนว่างานไม้ที่ติดตั้งนั้นเป็นงานสำหรับใช้งานอะไร เพราะการใช้งานที่แตกต่างกันก็ส่งผลต่อประเภทของสีที่มีงบประมาณและวิธีการในการทาที่ไม่เหมือนกัน
หากเป็นการทาผนังบ้าน รั้วบ้าน หรือเป็นไม้ที่ต้องใช้งานในภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลงบ่อย สีงานไม้ที่ควรเลือกใช้จะเป็น “สีย้อมไม้” หรือ Wood Stain แต่หากเป็นงานพื้น ควรเลือกใช้ “สีย้อมพื้นไม้” หรือ Deck Stain แทน แต่หากนำสีย้อมไม้ธรรมดามาทาพื้น ปัญหาที่ตามมาส่วนใหญ่จะเป็นในเรื่องของพื้นเหนียวและสีหลุดร่อนไวนั่นเอง
ทาแต่พอดี ไม่มีเหนียวแน่นอนนอกจากจะเลือกสีงานไม้ให้เหมาะสมต่อการใช้งานแล้ว ช่างทุกคนยังควรเลือกใช้สีทาไม้ในปริมาณที่เหมาะสมเพื่อลดปัญหาความเหนียวและเพิ่มความทนทานในการใช้งานด้วย โดยการทาสีที่หนามากเกินไป หรือชุ่มเกินไปนั้นจะทำให้สีไม่แห้งแม้ว่าจะตากอย่างดีแล้ว นอกจากนี้ การทาสีที่ชุ่มเกินไปอาจทำให้สีไม่เคลือบไม้ ส่งผลให้ใช้งานไม่ทนทานในระยะยาวอีกด้วย ดังนั้น ควรเริ่มทาบาง ๆ ไปในทิศทางเดียวกันก่อน จากนั้นจึงรอให้แห้งอย่างน้อย 8 ชั่วโมงจึงค่อย ๆ ทารอบสอง
ผสมทินเนอร์ให้พอเหมาะ ทินเนอร์เป็นส่วนผสมสำคัญที่ต้องใช้ร่วมกับสีงานไม้ ซึ่งหากเราผสมปริมาณทินเนอร์ที่ไม่เหมาะสม หรือลงมือทาสีไม้ในทำงานในวันที่มีอากาศร้อน โอกาสที่สีจะเหนียวก็จะยิ่งมีสูงขึ้น ทำให้งานออกมาไม่เรียบเนียน แถมส่งผลต่อการใช้งานในระยะยาวอีกด้วย ดังนั้น อย่าลืมผสมทินเนอร์ในอัตราส่วนที่เหมาะสม พร้อมพิจารณาเลือกใช้รุ่นที่ตรงกับความต้องการด้วย
เพียงเท่านี้ ไม่ว่าจะมีประสบการณ์แค่ไหน ช่างทุกคนก็สามารถเลือกใช้งานสีงานไม้ได้อย่างเหมาะสม ได้ผลงานที่ออกมาดี และสามารถใช้งานได้อย่างทนทานแล้ว