3 วิธีสปากระเป๋าด้วยน้ำยาเช็ดกระเป๋าอย่างถูกวิธี ให้กระเป๋าสวยไปนานๆ


สำหรับคนที่ชื่นชอบและหลงใหลการใช้กระเป๋าหนังก็อาจจะคุ้นเคยกับวิธีการดูแลและทำความสะอาดกระเป๋าหนังโดยคร่าวๆ มาบ้างแล้ว ไม่ว่าจะเป็นการเช็ดทำความสะอาดด้วยผ้าชุบน้ำเปียกหมาดตลอดไปจนถึงการใช้ตัวช่วยอย่างน้ำยาเช็ดกระเป๋า แต่ทั้งนี้การดูแลกระเป๋าก็มีเคล็ดลับอะไรอีกหลายๆ อย่างที่คนรักกระเป๋าอย่างเราๆ อาจจะยังไม่เคยทราบหรือได้ยินมาก่อน จะมีวิธีไหนบ้าง จำเป็นต้องใช้น้ำยาเช็ดกระเป๋าอย่างเดียวเท่านั้นกระเป๋าถึงจะสะอาดจริงหรือไม่ บทความนี้มีข้อมูลดีๆ มาฝาก



เลือกเช็ดทำความสะอาดด้วยผ้าชุบน้ำเปียกหมาด
ตามที่กล่าวไปแล้วในข้างต้น นอกจากการใช้ตัวช่วยอย่างน้ำยาเช็ดกระเป๋าแล้ว หนึ่งในวิธีที่เรียกได้ว่าเป็นวิธีการดูแลทำความสะอาดกระเป๋าที่เบสิกแบบสุดๆ เลยนั่นก็คือการทำความสะอาดด้วยผ้าชุบน้ำเปียกหมาด เช็ดให้ทั่วกระเป๋าหนัง แต่ทั้งนี้ก็มีข้อควรระวังตรงที่อย่าให้ผ้าชุบน้ำนั้นเปียกมากจนเกินไป เนื่องจากคราบน้ำที่เปียกอาจจะยังคงกองอยู่บนกระเป๋าหนังและอาจซึมลงหนังได้ในเวลาต่อมา ซึ่งอาจส่งผลเสียให้กระเป๋าหนังในภายหลังก็เป็นได้ หากเป็นไปได้หากไม่ได้ใช้น้ำยาเช็ดกระเป๋าในการทำความสะอาดแต่เลือกที่จะใช้ผ้าชุบน้ำเปียกหมาดทำความสะอาดแทนแล้วนั้น ผ้าชุบน้ำที่ใช้ควรบิดหมาดเพื่อเอาน้ำออกให้ได้มากที่สุด ป้องกันการเกิดรอยบนหนังกระเป๋าในภายหลังนั่นเอง

เลือกทำความสะอาดด้วยน้ำยาเช็ดกระเป๋าแบบหนังและผ้านิ่มโดยเฉพาะ
หนึ่งในตัวช่วยสำคัญที่คนรักกระเป๋าหลายคนมีติดบ้านเอาไว้นั่นก็คือน้ำยาเช็ดกระเป๋า ส่วนมากแล้วหาซื้อได้ตามร้านสปากระเป๋าทั่วๆ ไป นอกจากตัวน้ำยาเองแล้วส่วนใหญ่ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดพวกนี้จะมาเป็นชุดอุปกรณ์ครบครัน ตั้งแต่น้ำยาเช็ดกระเป๋า ตลอดไปจนถึงผ้าเช็ดทำความสะอาด ซึ่งอาจจะเป็นผ้าที่เหมาะกับการเช็ดทำความสะอาดกระเป๋าหนัง เป็นผ้าที่ทำมาเพื่อเช็ดทำความสะอาดควบคู่กับน้ำยาเช็ดกระเป๋าโดยไม่ทิ้งคราบหรือรอยขนแมวเอาไว้บนกระเป๋าหนังในภายหลัง

เช็ดทำความสะอาดด้วยผ้าแห้ง
ต่อเนื่องจากวิธีการทำความสะอาดกระเป๋าในข้างต้น หลังจากใช้ผ้าชุบน้ำเปียกหมาดในการเช็ดทำความสะอาดกระเป๋าหนัง หรือบางคนอาจจะเลือกใช้น้ำยาเช็ดกระเป๋าเป็นตัวช่วยในการทำความสะอาด เมื่อเสร็จสิ้นขั้นตอนการทำความสะอาดคราบสกปรกตามที่กล่าวไปแล้ว ในลำดับถัดมาแนะนำให้เลือกใช้ผ้าแห้งในการเช็ดทำความสะอาดปิดเป็นขั้นตอนสุดท้าย ทั้งนี้ก็เพื่อเป็นการย่นระยะเวลาไม่ต้องนำกระเป๋าไปผึ่งลมแล้วรอจนแห้ง อีกทั้งยังเป็นการหลีกเลี่ยงโอกาสที่คราบน้ำจากผ้าชุบน้ำเปียกหมาดจะซึมลงบนกระเป๋าหนังจนทำให้เกิดรอยในภายหลังด้วย

จากขั้นตอนการทำความสะอาดกระเป๋าหนังทั้งจากผ้าชุบน้ำเปียกหมาดตลอดไปจนถึงการเลือกใช้ตัวช่วยอย่างน้ำยาเช็ดกระเป๋า อีกหนึ่งสิ่งสำคัญหลังจากขั้นตอนการทำความสะอาดทั้งเปียกทั้งแห้งแล้ว ก็จะเข้าสู่ขั้นตอนของการทำสปาเพื่อบำรุงหนังกระเป๋าด้วยวิธีการใช้ผลิตภัณฑ์เป็นครีมบำรุงที่ช่วยเติมความชุ่มชื้นให้กับกระเป๋าหนังหลังทำความสะอาด ไม่ทำให้กระเป๋าหนังแห้งและหลีกเลี่ยงโอกาสที่จะทำให้หนังกระเป๋ากรอบในภายหลัง เพราะกระเป๋าหนังก็เปรียบได้กับผิวหนังของคน การหมั่นทาครีมบำรุงหรือแฮนด์ครีมบ่อยๆ ก็จะช่วยให้กระเป๋ายังคงสภาพที่ดีและอยู่กับเราไปได้นานมากยิ่งขึ้น
ปรับปรุงล่าสุด June 23, 2022
0
June 23, 2022