การทำ SEO เป็นอีกวิธีการหนึ่งที่จะช่วยทำให้ผู้บริโภคหรือผู้ใช้งานรู้จักแบรนด์คุณมากขึ้น ทั้งยังเป็นโอกาสในการสร้างยอดขายอีกด้วย แต่การทำ SEO ให้ประสบความสำเร็จนั้นก็ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายด้านด้วยกัน โดยเฉพาะในด้านคอนเทนต์ ที่หากคุณทำได้เหนือกว่าคู่แข่งละก็ แรงก์ของเว็บไซต์คุณก็จะขึ้นได้ไม่ยากเลยล่ะ ดังนั้นเราจึงต้องมีการหา Content Gap เพื่อพัฒนาคอนเทนต์ของเราให้ดีที่สุด ในบทความนี้เราจึงอยากจะมาแนะนำว่า
Content gap คืออะไร? และจะมีวิธีหาอย่างไรได้บ้าง?
ทำความรู้จัก Content Gap Content Gap นั้นคือช่องโหว่ในการทำคอนเทนต์บนเว็บไซต์ต่างๆ ซึ่งในทาง SEO แล้ว ก็จะมีการหา Content Gap หรือที่หลายๆ คนเรียกว่า Content Gap Analysis เพื่อนำข้อมูลมาพัฒนาคอนเทนต์ของตนเองให้ติดอันดับ หรือเอาชนะคู่แข่งได้ในอนาคต โดยลักษณะการหา Content Gap นั้นก็จะเป็นการวิเคราะห์ว่า คอนเทนต์ของเราและคู่แข่งนั้นมีอะไรที่แตกต่างกันไปบ้าง เช่น อะไรที่คู่แข่งทำแล้วดี มีการใช้ Keyword ไหนบ้าง จนไปถึงอะไรที่เราทำได้ดีกว่า
หา Content Gap กันยังไง? รู้จักกันไปแล้วว่า Content Gap คืออะไร สิ่งที่หลายๆ คนสงสัยต่อมาก็คงจะหนีไม่พ้นเรื่องที่ว่าแล้วเราจะหา Content Gap ได้อย่างไรบ้าง?
ใช้ Tools ต่างๆปัจจุบันมี Tool หลายๆ Tool ที่ไม่เพียงแต่จะช่วยคุณทำ SEO ในด้านการวิเคราะห์ระบบหลังบ้านเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงในแง่ของคอนเทนต์ที่จะช่วยวิเคราะห์ Content Gap ให้คุณได้ภายในไม่กี่นาที โดย Tool หรือโปรแกรมที่แนะนำนั้นก็เช่น Ahrefs, SEO Surfer, Keyword.com ฯลฯ แต่บางฟีเจอร์อาจต้องมีการจ่ายค่าสมัครรายเดือนเพิ่มเติม
ทำการวิเคราะห์ด้วยตัวเองนอกจากนี้เราก็สามารถหา Content Gap ได้ด้วยตัวเองเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นการวิเคราะห์ว่าภาษาที่คู่แข่งใช้นั้นเป็นอย่างไร, การวาง Layout สวยงามไหม, มีการ Optimise ให้เข้ากับโทรศัพท์มือถือหรือเปล่า ฯลฯ เพราะสิ่งเหล่านี้ล้วนแล้วแต่ส่งผลต่ออันดับบน Search Engine ทั้งสิ้น
ให้ผู้เชี่ยวชาญแนะนำหลายๆ คนพอเข้าใจแล้วว่า Content Gap คืออะไร ก็อาจจะคิดว่าถ้าอย่างนั้นทำเองก็ได้ ซึ่งก็จริงอยู่ที่เราสามารถหา Content Gap เองได้ แต่หากมีผู้เชี่ยวชาญด้านคอนเทนต์หรือการทำ SEO คอยให้คำแนะนำก็อาจทำให้คุณทำ SEO ได้อย่างมีประสิทธิภาพและรวดเร็วมากกว่า ไม่ต้องเสียเวลาลองผิดลองถูก
รู้จักกันไปแล้วว่า Content Gap คืออะไร ส่วนใครที่ไม่ว่าจะทำยังไงเว็บไซต์ของคุณก็ไม่ติดแรงก์สักที ก็แนะนำว่าให้ลองหา Content Gap ตามที่เราได้แนะนำไปข้างต้นนี้ได้เลย ไม่ว่าจะเป็นการใช้เครื่องมือต่างๆ รวมถึงทำการวิเคราะห์ด้วยตัวเอง และให้ผู้เชี่ยวชาญแนะนำ เพียงเท่านี้อันดับของคุณก็จะขึ้นได้อย่างแน่นอน