ผู้หญิงหลายคนมักมีปัญหาสิวผุดเวลาที่ประจำเดือนใกล้มา โดยสาเหตุดังกล่าวเกิดจากฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนในร่างกายของเพศหญิงที่หลั่งออกมาปริมาณมากในช่วงก่อนมีประจำเดือน จึงทำให้เกิดสิว โดยการแก้ไขปัญหาดังกล่าวที่นิยมคือ วิธีกินยาคุม ซึ่งเป็นตัวช่วยในการรักษาสิวได้ เนื่องจากในตัวยามีฤทธิ์เป็น Anti-androgen ในการเข้าไปกระตุ้นออกฤทธิ์ต่อต้านฮอร์โมนเพศชายที่มีมากในร่างกายเพศหญิง ทำให้สิวลดลง วันนี้ทางเราจึงมาแนะนำชนิดยาคุมที่เหมาะกับผู้หญิงที่มีปัญหาสิว ซึ่งการกิน
ยาคุมลดสิว นั้นควรศึกษาข้อมูลก่อนจะกินเพื่อความปลอดภัย
โดยก่อนที่เราจะแนะนำ
วิธีกินยาคุม เราจะมาทำความรู้จักกับ ยาปรับฮอร์โมน ee20d ตัวนี้กันก่อน ซึ่งเป็น
ยาคุมรักษาสิว ยาคุมหน้าใสชนิดฮอร์โมนรวม มีส่วนประกอบของดรอสไพรีโนนและเอทินิลเอสทราไดออล ซึ่งมีคุณสมบัติในการควบคุมผิวมัน ปรับสมดุลรอบเดือน และไปยับยั้งฮอร์โมนแอนโดรเจนที่เป็นตัวกระตุ้นผิวหนังให้ผลิตน้ำมันเพิ่มขึ้น ทำให้เกิดการอักเสบและมีการสะสมของแบคทีเรีย จึงเป็นสาเหตุของสิวอุดตันและสิวอักเสบ
แนวทางในการกิน ยาปรับฮอร์โมน ee20d ยาคุมฮอร์โมนต่ำ หากกินครั้งแรก ควรเริ่มกินวันแรกของการมีประจำเดือน ควรกินติดต่อกันทุกวันปริมาณ 1 เม็ด/วัน หากท่านต้องการกินแผงใหม่ ให้เริ่มต้นกินต่อจากแผงเดิมได้ทันที โดยปริมาณของยามีด้วยกัน 28 เม็ด แบ่งออกเป็น เม็ดยาฮอร์โมน 24 เม็ดและเม็ดยาแป้งจำนวน 4 เม็ด
ส่วนผสม -ดรอสไพรีโนน (Drospirenone) 3 มิลลิกรัม
-เอทินิลเอสทราไดออล (ethinyl estradiol) 0.02 มิลลิกรัม
ข้อดี หากสาว ๆ คนไหนกำลังต้องการลดสิว ยาตัวนี้เป็นอีกหนึ่งทางเลือกเพราะนอกจากสามารถคุมกำเนิดได้แล้วยังมีส่วนช่วยบรรเทาอาการปวดท้องประจำเดือนและปรับอารมณ์ในช่วงที่ประจำเดือนมาให้ดีขึ้นได้ ควบคุมความมันของผิวที่เป็นปัจจัยหลักในการเกิดสิว เหมาะกับผู้ที่ไม่เคยกินยาคุมกำเนิดและผู้ที่มีสิวปานกลางถึงรุนแรงขึ้นไป ซึ่งจะเห็นได้ว่าหลังกินติดต่อกัน 3 เดือนขึ้นไปสิวจะลดลง ประสิทธิภาพของยาคุมมีส่วนช่วยให้สิวที่อักเสบลดลง
วิธีกินยาคุม ที่ถูกต้องสามารถเป็นปัจจัยในลดสิวได้ แต่สามารถรักษาและควบคุมเพียงสิวเท่านั้น ไม่ได้มีประสิทธิภาพลดรอยแผลที่เกิดจากสิว จึงควรใช้ยารักษาสิวโดยเฉพาะควบคู่ไปด้วย หากสาวๆต้องการให้เกิดประสิทธิภาพ ควรกินติดต่อกันทุกวันและต้องใช้ระยะเวลาพอสมควรเนื่องจากร่างกายมีการปรับฮอร์โมน ที่สำคัญต้องสังเกตอาการหลังกินยาว่าเกิดผลข้างเคียงใดต่อร่างกายหรือไม่ หากเกิดผลข้างเคียงควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรเพื่อทราบสาเหตุอาการข้างต้นและเปลี่ยนตัวยาเพื่อความปลอดภัย
ที่มาข้อมูล
https://www.cosmenet.in.th/cosme-intrend/39753,
https://www.ladyissue.com/185441,http://www.girldaily.com/health/health