ตรงจุด! ชี้ 3 ข้อควรระวังสำหรับการจัดฟันแบบใส (Invisalign)

ผู้มีปัญหาเรื่องการเรียงตัวของฟันและต้องการดัดฟันอาจเคยได้ยินชื่อของการจัดฟันแบบใสหรือ Invisalign มาไม่มากก็น้อย โดยการจัดฟันในลักษณะนี้กำลังได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก เนื่องจากคุณสมบัติความใสที่ทำให้ผู้สวมใส่ไม่รู้สึกว่ากำลังใส่เครื่องมืออยู่ อีกทั้งความโปร่งแสงนี้ยังทำให้ผู้สวมใส่มีรอยยิ้มดูเป็นธรรมชาติไปพร้อม ๆ กับการจัดเรียงฟันที่สวยขึ้นเรื่อย ๆ อีกด้วย แต่ถึงจะมีข้อดีและให้ประโยชน์มากแค่ไหน การจัดฟันแบบใสก็เป็นอีกหนึ่งการรักษาทางทันตกรรมที่มาพร้อมกับข้อที่ควรระวังเช่นเดียวกัน และในวันนี้ เพื่อดูความเหมาะสมกับสไตล์และงบประมาณของตัวเอง เราอยากชวนให้ทุกคนมาดู 3 สิ่งที่ต้องระวังก่อนจะตัดสินใจไปจัดฟันแบบ Invisalign กัน ว่าแต่จะมีอะไรบ้าง ตามมาดูกันเลย!




งบประมาณในการทำ
ถึงการจัดฟันแบบใสจะใช้เวลาในการรักษาเพียง 6-24 เดือน ซึ่งหากเทียบกับการจัดฟันแบบปกติก็ถือว่าเป็นระยะเวลาที่สั้นมาก ๆ ก็จริง แต่ Invisalign ก็มาพร้อมค่าใช้จ่ายทั้งในด้านเครื่องมือและฝีมือทันตแพทย์ที่สูงมาก โดยการผลิตเครื่องมือสำหรับการจัดฟันลักษณะนี้จะมีขั้นตอนที่ซับซ้อนและมีรายละเอียดที่สูงมาก เพราะเครื่องมือแต่ละชิ้นจะถูกผลิตขึ้นตามลักษณะฟันของผู้ใช้บริการเท่านั้น
ที่สำคัญ เครื่องมือสำหรับการจัดฟันแบบใสนั้นจะมีความบางและเบาเป็นคุณสมบัติเด่นที่จะช่วยให้การสวมใส่สบายขึ้น แต่อย่าลืมว่าเครื่องมือในการจัดฟันจะต้องมีแรงดึงให้ฟันเข้าที่ได้ และนั่นหมายความว่า ความสบายในจุดนี้นั้นต้องแลกมากับนวัตกรรมรวมถึงเครื่องมือในการผลิตที่พิเศษกว่าปกติ และนั่นทำให้ค่าใช้จ่ายระหว่างการทำต้องสูงขึ้นตามไปด้วย

ความยุ่งยากในการดูแล
จริงอยู่ที่การจัดฟันแบบใสนั้นขึ้นชื่อในเรื่องความสะดวกสบายในการสวมใส่ อีกทั้งยังช่วยลดปัญหาเศษอาหารหมักหมมรวมถึงปัญหาฟันผุได้ดีกว่าการจัดฟันแบบทั่วไป แต่การจัดฟันในลักษณะนี้เพื่อให้ได้ผลลัพธ์สูงสุดนั้นก็ต้องแลกมากับระเบียบวินัยของผู้ใช้ โดยผู้ใช้จำเป็นต้องใส่เครื่องมือให้ได้นาน 20-22 ชั่วโมงต่อวัน อีกทั้งยังต้องถอดระหว่างทานอาหารและทำความสะอาดช่องปากก่อนใส่ทุกครั้ง ซึ่งหากใครเป็นคนไม่ชอบความจุกจิก การจัดฟันในลักษณะนี้ก็อาจไม่เหมาะกับไลฟ์สไตล์ก็เป็นได้
ที่สำคัญ การจัดฟันแบบ Invisalign มักใช้ได้กับฟันบางรูปแบบเท่านั้น เช่น ฟันที่ไม่สามารถถอนได้ เป็นต้น ซึ่งหากเราต้องการจัดฟันลักษณะนี้แล้วทันตแพทย์ลงความเห็นว่า เราต้องใช้การจัดฟันแบบอื่น ๆ ร่วมด้วย นั่นก็จะยิ่งเพิ่มความยุ่งยากให้กับการดูแลไปอีกขั้น

การรับประกันเครื่องมือ
ถึงเครื่องมือการจัดฟันแบบใสจะมีความเป็นธรรมชาติและมอบความสะดวกสบายให้กับผู้สวมใส่มากแค่ไหน แต่รู้หรือไม่? ว่าหากเครื่องมือเกิดมีปัญหาหรือผู้ใช้เกิดทำชำรุดขึ้นมา ผู้ใช้จะต้องสั่งทำเครื่องมือขึ้นมาใหม่เท่านั้น เพราะส่วนใหญ่แล้ว บริษัทจะรับเคลมหากเกิดกรณีแบบนี้ขึ้น ซึ่งในจุดนี้ ผู้ใช้ต้องถามตัวเองให้ดีว่า ตัวเองมีลักษณะนิสัยแบบไหน เป็นคนขี้ลืม หรือซุ่มซ่ามหรือไม่ เพราะหากต้องทำเครื่องมือใหม่ นั่นก็จะทำให้การรักษาไม่ต่อเนื่อง อีกทั้งค่าใช้จ่ายก็จะเพิ่มขึ้นอีกด้วย

ปรับปรุงล่าสุด March 23, 2021
0
March 23, 2021