พาส่องคุณสมบัติเด่นของลวดเชื่อมอลูมิเนียมที่คุณควรรู้ไว้

ลวดเชื่อมอลูมิเนียมแต่ละเบอร์นั้นมีคุณสมบัติที่แตกต่างกันออกไป รวมถึงคุณภาพ เกรดของลวดอีกด้วย การเลือกลวดเชื่อมอลูมิเนียมที่เหมาะสมนั้นจะต้องเลือกจากส่วนผสมและคุณสมบัติทางเชิงกลที่เหมาะสมกับการทำงานต่าง ๆ ซึ่งแน่นอนว่าเป็นปัจจัยหลักในการเชื่อมอลูมิเนียม หนึ่งในเรื่องที่ผู้ใช้งานควรทำความเข้าใจคือคุณสมบัติของลวดเชื่อมอลูมิเนียม การใช้งาน และความแตกต่างต่าง ๆ ของแต่ละเบอร์ วันนี้เราจึงมีข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับลวดเชื่อมอลูมิเนียมมาให้ได้ศึกษาเพิ่มเติมกัน



สิ่งที่ต้องคำนึงถึงเมื่อต้องเลือกลวดเชื่อมอลูมิเนียม
แน่นอนว่าการเลือกลวดเชื่อมอลูมิเนียมหรือลวดเชื่อมใด ๆ ก็ตามนั้น ต้องพิจารณาจากคุณภาพของลวดเชื่อมให้ดี ไม่ว่าจะเป็นความสามารถในการรับแรงดึงของแนวเชื่อม หรือความแข็งแรงของแนวเชื่อมนั่นเอง ลวดเชื่อมอลูมิเนียมต่าง ๆ ที่มีขายทั่วไปตามท้องตลาด ซึ่งมีหลากหลายเบอร์นั้้นสามารถนำไปใช้ในงานเชื่อมได้แทบจะทั้งหมด แต่ควรเลือดลวดเชื่อมที่มีคุณสมบัติเหมาะสม และแน่ใจว่าสามารถรับแรงของแนวเชื่อมได้อย่างแน่นหนา ไม่ว่าจะเป็นความไวต่อการแตกร้าวของแนวเชื่อม ความแข็งแรงของแนวเชื่อม ความสมดุลของสี และความต้านทานของการกัดกร่อน

คุณสมบัติสำคัญของลวดเชื่อมอลูมิเนียม
เดิมนั้นอลูมิเนียมเป็นโลหะสำคัญที่รู้จักกันดีทั่ว ๆ ไป เป็นโลหะเบาที่สามารถนำมาเชื่อและบัดกรีได้ดี แต่ไม่สามารถตัดได้ด้วยแก๊ส เพราะมีจุดไหม้ไฟสูงกว่าจุดหลอมเหลวและเป็นออกไซด์ได้ง่าย เพราะเหตุผลนี้นี่เองจึงทำให้ลวดเชื่อมอลูมิเนียมนั้นสามารถทนต่อการกัดกร่อนจากกรดได้เป็นอย่างดี

ความแข็งแรงของแนวเชื่อม
ความแข็งแรงของแนวเชื่อมอลูมิเนียมนั้นสามารถแบ่งออกได้ 2 กรณีเพื่อพิจารณา นั่นคือการเชื่อมอลูมิเนียมที่มีการปรับปรุงคุณสมบัติทางกลเมื่อผ่านความร้อน และแบบที่ไม่สามารถปรับปรุงคุณสมบัติทางกลเมื่อผ่านกระบวนการความร้อนได้ ซึ่งแบบแรกที่สามารถปรับปรุงคุณสมบัติทางกลได้นั้นจะต้องใช้เวลาในการอบประมาณ 2-3 ชั่วโมง มีการเย็นตัวอย่างช้า ๆ ก่อนการเชื่อม แบบที่สองที่ไม่สามารถปรับปรุงได้นั้นจะเป็นการเชื่อมแบบชนต่อชน โดยมักจะใช้แรงตึงต่ำสุดที่อยู่ในสภาพอ่อนมาเป็นหลักสำคัญในการพิจารณา

ลวดเชื่อมประเภทอลูมิเนียมที่มีจำหน่ายในท้องตลาดนั้นมีหลากหลายเบอร์เลยทีเดียว ซึ่งก็จะมีทั้งประเภทที่สามารถใช้ Heat Treatment ได้และไม่ได้ ลวดเชื่อมประเภทที่สามารถใช้ Heat Treatment ไม่ได้นั้นยกตัวอย่างได้เช่นลวดเบอร์ 1100, 4043 และ 5356 เป็นต้น ยกเว้นจะมีการออกแบบรอยต่อให้เนื้อลวดเชื่อมนั้นสามารถเข้ากับชิ้นงานได้เป็นอย่างดี ดังนั้นจึงมีการพัฒนาลวดที่สามารถทำงานกับ Heat Treatment ได้ขึ้นมา เช่นลวดเชื่อมอลูมิเนียมเบอร์ 5453 และเบอร์ 5180 เป็นต้น

0
February 2, 2021