ปัญหาผิวอย่างรอยแผลเป็นที่เกิดจากการเกิดสิวเป็นเรื่องที่น่าปวดหัวสำหรับคนที่ต้องเจอ เพราะสภาพของผิวแต่ละคนมีความแตกต่างกัน การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวต่างๆ หรือ
ครีมรอยแผลเป็น ให้เหมาะกับสภาพผิวของแต่ละคน เพื่อเป็นการหลีกเลี่ยงการเกิดปัญหาผิวต่างๆ อีกทั้งยังจะเป็นการให้ผลลัพธ์ของการบำรุงได้อย่างดีเยี่ยมอีกด้วย
เพราะด้วยสภาพแวดล้อมในปัจุบันมีทั้งปัญหาเรื่องมลภาวะที่ทำร้ายผิวของเรา ครีมหรือโลชั่นบำรุงผิวหน้าจึงเป็นสิ่งจำเป็นในการเลือกสรรโดยเฉพาะ เพราะเพื่อตอบโจทย์ทั้งด้านประสิทธิภาพของการใช้งานยังจะต้องเป็นครีมตอบโจทย์ในระยะยาวด้วย และหากใครที่สงสัยว่าครีมรอยแผลเป็นในปัจจุบันมีคุณบัติที่เหมาะกับการใช้งานอย่างไร และมีส่วนผสมใดบ้างที่มักจะนำมาผลิตเป็นครีมที่ช่วยลดรอยแผลเป็น คงต้องไปหาคำตอบกัน
1. ครีมจากสารสกัดใบบัวบก หนึ่งในสารสกัดธรรมชาติที่มีความโดดเด่นในเรื่องของการสมานรอยแผลเป็นต่างๆ คือสารสกัดจากใบบัวบก ด้วยครีมรอยแผลเป็นที่มีส่วนผสมของสารกลัดอย่าง Centella Asiatica ที่มีคุณสมบัติในการแก้ช้ำใน ยังจะช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินใต้ผิวหนัง ที่สำคัญยังมีฤทธิ์ยับยั้งอนุมูลอิสระ ที่ช่วยสมานผิวได้เป็นอย่างดี ช่วยให้แผลเป็นที่นูนดูเรียบเนียนขึ้น นอกจากนี้ยังมีช่วยในการยับยั้งเชื้อแบคทีเรีย เชื้อราและลดอาการอักเสบ และทำให้ใบหน้าดูสดใสขึ้นอีกด้วย
2. ครีมที่สกัดจากหัวหอม สารสกัดจากหัวหอมถูกใช้มาเป็นส่วนประกอบสำคัญของครีมรอยแผลเป็นมาอย่างช้านาน โดยสารสกัดจากหัวหอมยังมีคุณสมบัติที่หลากหลายทั้งช่วยให้แผลเป็นที่มีรอยนูนลดลง ช่วยกระตุ้นการหมุนเวียนของโลหิตที่เข้าสู่แผลที่นูนขึ้น ซึ่งส่งผลให้แผลเป็นที่นูนเกิดการลดลงและมีความเรียบเนียน อีกทั้งยังช่วยให้เส้นใยคอลลาเจนภายในชิ้นเนื้อให้เป็นแผลลดลง แผลจึงเกิดความนุ่มขึ้น และช่วยให้รอยแผลจางลงด้วยนั่นเอง
3.ครีมที่สลัดจากวิตามินอี แน่นอนว่าวิตามินอีต้องเป็นอีกหนึ่งในสารสลัดที่นิยมนำมาใช้ในครีมรอยแผลเป็น เพราะด้วยคุณสมบัติที่มีความหลากหลายตอบโจทย์การใช้งานได้อย่างครอบคุลมจึงไม่แปลกเลยว่าทำไมวิตามินอีถึงได้รับความนิยมในการนำมาผลิตเป็นครีมบำรุงต่างๆ เพราะวิตามินอีได้ขึ้นชื่อว่าเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่จะเข้าไปช่วยละลายในไขมัน นอกจากนี้ยังมีอานุภาพในการช่วยลดการสร้างอนุมูลอิสระที่ไปขัดขวางการฟื้นตัวของแผล อีกทั้งยังช่วยในการสร้างคอลลาเจนประเภทโปรตีนที่มีส่วนช่วยในการสร้างความแข็งแรงของผิวหนังอีกด้วย