
การร้องไห้ในเด็กทารกอาจจะเป็นเรื่องปกติที่สามารถพบเจอได้ แต่หาก
เด็กร้องไห้อย่างไม่มีสาเหตุ หรือ ลูกร้องไม่หยุด ไม่ว่าจะปลอบโยนด้วยวิธีใด ๆ ก็ ไม่สามารถทำให้สงบลงได้ ทั้งที่ลูกน้อยไม่มีอาการง่วง หิวหรือไม่สบายตัว เป็นอาการที่คุณพ่อคุณแม่ควรสังเกตุเอาไว้ให้ดี เพราะอาจมีอาการโคลิคได้
แน่นอนว่าลูกน้อยที่อยู่ในวัย 2-3 สัปดาห์ ไปจนถึง 5 เดือน จะมีโอกาสเกิด อาการ
โคลิค ได้ แต่ไม่ได้หมายความว่าการร้องไห้งอแงของลูกทุกครั้งจะต้องเป็น "
อาการโคลิค" ทั้งหมด เพราะอาจมีสาเหตุมาจากความผิดปกติในร่างกายหรือเจ็บไข้ ซึ่งหากมีอาการร้องไห้พ่อแม่ไม่ควรวางใจ ควรรีบปลอบประโลมเด็กหรือหากไม่แน่ใจว่ามีอการโคลิคหรือไม่ ก็ควรพาลูกน้อยไปให้แพทย์ตรวจร่างกายอย่างละเอียด จะเป็นการดีที่สุด
วิธีสังเกตการร้องไห้ของลูก แบบไหนไม่ควรนิ่งนอนใจ
โดยปกติ เมื่อ ทารกร้องไห้ คุณพ่อคุณแม่หรือคนใกล้ชิดมักจะนึกถึงความต้องการพื้นฐานของเด็กคือ หิว ง่วงนอน หรือไม่สบายตัว ไว้ก่อน แต่หาก เด็กร้องไห้ ไม่หยุด ร้องนานเป็นชั่วโมง ในช่วงเวลาเดิมๆ และเป็นการร้องไห้ด้วยเสียงเล็กแหลม อาจมีอาการหน้าแดง ก็เป็นไปได้ที่ลูกน้อยจะมีอาการร้องเพราะอาการโคลิค คุณพ่อคุณแม่ควรลองวิธีต่าง ๆ ที่จะทำให้ลูกน้อยสบายตัวขึ้น เช่น อุ้มโยกไปมาเบา ๆ พาลูกออกไปสูดอากาศบริสุทธิ์ หรืออยู่ในที่เงียบ ๆ ลูบหลังหรือนวดท้องให้ลูกเบา ๆ หรืออาจอาบน้ำอุ่นให้โดยสังเกตุดูว่าวิธีไหนที่จะช่วยปลอบลูกได้ดีที่สุด อาการโคลิคจะสามารถหายไปได้เองเมื่อลูกเข้าสู่ช่วงวัย 5-6 เดือน อาการจึงจะหายสนิท โดยไม่มีอันตรายและไม่มีผลกับพัฒนาการของลูกน้อย แต่คุณพ่อคุณแม่ก็ต้องไม่ลืมเตรียมแผนช่วยลดความกดดันและความเครียดจากการที่ต้องรับมือกับการร้องไห้โยเยเป็นเวลานาน ๆ ติดต่อกันไว้ด้วย เช่น หาผู้ช่วยมาเปลี่ยนมือคอยดูแลลูกน้อยบ้างเป็นบางวัน
แต่หากการร้องไห้อย่างรุนแรงของลูกน้อยเริ่มส่งผลให้พฤติกรรมต่าง ๆ ผิดไปจากปกติ เช่น ลูกกินนมได้น้อยลง หรือไม่ยอมกินนม กระหม่อมบุ๋มลง ตัวซีดหรือเริ่มเขียว มีอาการชักหรือหายใจผิดปกติ ตัวอ่อนปวกเปียกหรือมีไข้สูง เมื่อพบอาการเหล่านี้ควรพบแพทย์เพื่อได้รับการรักษาหรือคำแนะนำที่ถูกต้องโดยทันที เพราะฉะนั้นหาพบว่าลูกมีอาการร้องไห้งอแงทั้งที่ไม่มีสาเหตุล่ะก็ คุณพ่อคุณแม่ควรสังเกตุเป็นอย่างดีเลย