ลูกร้องไม่หยุดหรืออาการโคลิค ส่งผลต่อระบบร่างกายอย่างไรบ้าง

อาการโคลิค ลูกร้องไห้ไม่หยุด ลูกร้องไห้ไม่มีสาเหตุ


อาการหนึ่งที่พ่อแม่ไม่อยากให้ลูกทารกของเราเป็นก็คืออาการโคลิคนี่เอง แม้ว่าจะสามารถหายเองได้ในวัยประมาณ 4 – 6 เดือน แต่ถึงอย่างนั้นในระหว่างที่ลูกมีปัญหา เด็กร้องไห้ไม่หยุด คุณพ่อคุณแม่ต้องคอยระมัดระวังหลายอย่าง เนื่องจากการปล่อยให้ ทารกร้องไห้ เป็นเวลานาน ๆ ย่อมส่งผลเสียต่อระบบร่างกายของลูกในหลายด้าน หากได้ทราบแล้ว คุณพ่อคุณแม่จะได้ตระหนักถึงผลกระทบจากการร้องไห้แบบโคลิค และหาวิธีดูแลลูกน้อยที่ถูกต้องต่อไป

• ส่งผลต่อระบบการเจริญเติบโตของร่างกาย
ลูกร้องไห้ไม่มีสาเหตุ อาจจะทำให้ลูกไม่ยอมกินนม ทำให้ลูกมีขนาดตัวเล็กกว่าเด็กทารกในวัยเดียวกัน เนื่องจากน้ำนมเป็นแหล่งสารอาหารเพียงอย่างเดียวของเด็กทารกในวัยไม่เกิน 6 เดือน ถ้าลูกไม่ได้รับปริมาณสารอาหารที่เพียงพอก็อาจจะทำให้ตัวเล็กกว่าเด็กรุ่นเดียวกันได้ นอกจากนั้นยังส่งผลต่อการสร้างกล้ามเนื้อสำหรับการทรงตัวและการเคลื่อนไหวเมื่อลูกเติบโตขึ้น ซึ่งอาจทำให้ลูกมีเริ่มหัดคลาน หัดเดิน ช้ากว่าเกณฑ์การเจริญเติบโต

• ส่งผลต่อระบบการพัฒนาการของสมอง
ถึงแม้ว่าการปล่อยให้ ลูกร้องไม่หยุด จะไม่ได้มีอันตรายต่อสมองของลูกรักโดยตรง แต่การที่ ทารกร้องไห้ นานเกินกว่า 20 นาทีจะเป็นการกระตุ้นให้สมองหลั่งฮอร์โมนแห่งความเครียดหรือฮอร์โมนคอร์ติโซลออกมาเป็นจำนวนมากที่ทำร้ายเซลล์สมองและขัดขวางการพัฒนาเซลล์สมอง ทำให้สมองพัฒนาได้ไม่สมบูรณ์และช้ากว่าเด็กในวัยเดียวกัน แม้ตอนเด็กจะไม่แสดงอาการมากนักแต่จะพบได้ว่าเด็กเมื่อโตขึ้นจะเรียนรู้ได้ช้า การสื่อสารช้ากว่าปกติ ไม่มีสมาธิในการเรียนหรือทำงาน อารมณ์แปรปรวนง่าย เกรี้ยวกราด โมโหร้าย หรือเข้าสังคมกับคนได้ยาก

จะเห็นได้ว่าผลกระทบของ อาการโคลิค มีทั้งระยะสั้นและระยะยาว การปล่อยให้ เด็กร้องไห้ เป็นเวลานาน จะมีผลกระทบต่อร่างกายของลูกในทุกด้าน เพราะฉะนั้นท่าเราเห็นว่าลูกมีอาการร้องไห้ ให้เข้าปลอบโยนเด็กโดนทันที เพื่อให้อาการร้องไห้หยุดได้ไวขึ้น แนะนำให้อุ้มเด็กมาแนบชิดกับอกและโยกตัวเบาๆ หรือจะเปลี่ยนสภาพแวดล้อม เดินหาที่สงบๆ เปิดเพลงคอลเบาๆ ก็อาจจะช่วยได้
0
February 27, 2020