
ในร่างกายของคนเราตั้งแต่เด็กจะมีจุลินทรีย์อยู่มากมายหลายสายพันธุ์ ทั้งแบบที่มีประโยชน์และแบบที่มีโทษ ทำให้เกิดการเจ็บไข้ได้ป่วยขึ้น โดยบริเวณลำไส้นั้นจะมีจุลินทรีย์กลุ่มที่ช่วยทำให้ลำไส้แข็งแรง ช่วยเสริมการทำงานของระบบย่อยอาหารอยู่หลายสายพันธุ์ ซึ่งรู้จักกันในชื่อ โปรไบโอติกส์ จุลินทรีย์ในกลุ่มนี้ ได้แก่ แลกโตบาซิลลัส (Lactobacillus) หลายๆ คนได้ยินจากนมเปรี้ยวแน่นอนเลย เป็นกลุ่มที่ช่วยบรรเทาอาการท้องเสีย แซคคาโรไมซิสเบาลาร์ดดิ (Saccharomyces Boulardii) ช่วยในเรื่องบรรเทาอาการท้องเสีย และยังช่วยให้ระบบย่อยอาหารทำงานเป็นปกติด้วย และบิฟิโดแบคทีเรียม (Bifidobacterium) เป็นจุลินทรีย์ที่ช่วยลดอาการแปรปรวนของลำไส้ เป็นต้น
เมื่อร่างกายของเรามีจุลินทรีย์ที่เพียงพอ ก็จะทำให้ระบบการย่อยอาหารของร่างกาย ก็ทำงานได้ตามปกติ แต่ในช่วงที่ปริมาณจุลินทรีย์กลุ่มนี้ลดลงจนเสียสมดุล ระบบย่อยอาหารและลำไส้ก็มักจะทำงานผิดปกติไปด้วย
สำหรับเด็กเล็ก หรือทารก หากอยู่ในภาวะเสียสมดุลของจุลินทรีย์ในลำไส้ก็มักจะมีอาการปวดท้อง แน่นท้อง ท้องอืด มีผลให้ เด็กร้องไห้ อย่างหนัก ร้องไห้รุนแรง และต่อเนื่องยาวนาน เมื่อเห็น
ลูกร้องไม่หยุด พ่อแม่หลายคนก็จะคิดถึงอาการ
โคลิคแน่นอนเลย ยิ่งถ้ายิ่งพยายามปลอบเท่าไรก็ไม่สงบ ลูกยังร้องไห้ต่อเนื่อง พ่อแม่อาจตัดสินใจเลือกใช้ยาต่าง ๆ เพื่อบรรเทาอาการโคลิคให้กับลูกน้อย
แม้บางคนอาจจะเลือกว่า การซื้อยาให้ลูกรับประทานจะช่วยให้ลูกของเราบรรเทาอาการโคลิคได้ แต่ที่จริงมีอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยบรรเทาอาการโคลิคแบบปลอดภัยสุดๆ คือการให้โปรไบโอติกส์เพิ่มเติม เพื่อสร้างสมดุลจุลินทรีย์ในลำไส้ ซึ่งจะมีผลให้ลำไส้และระบบย่อยอาหารของลูกทำงานได้ตามปกติ อาการปวดท้อง ท้องอืด แน่นท้อง และอาการโคลิคจะดีขึ้นโดยไม่มีต้องเสี่ยงกับผลข้างเคียงจากการใช้ยาแล้ว ยังเป็นทางเลือกที่เหมาะสมสำหรับทารกน้อยยังกินนมแม่อยู่ เพราะหากพ่อแม่ร้อนใจกับ
อาการโคลิค ของลูก และตัดสินใจให้ลูกกินนมผงสูตรที่ย่อยง่ายแทนนมแม่เพื่อแก้ อาการโคลิค แล้ว อาจทำให้ลูกน้อยติดใจรสชาตินมผง ไม่ยอมกลับมากินนมแม่อีกเลย ทั้งที่นมแม่ถือว่าเป็นสุดยอดอาหารสำหรับลูกน้อยที่ควรได้รับนานที่สุดเท่าที่จะทำได้
จุลินทรีย์โปรไบโอติกส์ในลำไส้จึงเป็นตัวช่วยที่ดี ปลอดภัย และไม่ควรมองข้าม อย่างน้อยก็ตลอดช่วง 3 - 4 เดือนที่ลูกน้อยยังมีโอกาสเกิด อาการโคลิค ได้ และหลังจากอายุ 4 – 6 เดือนแล้วอาการโคลิคจะหายไป