เรามาดูวิธีการนับอายุครรภ์กันบ้างดีกว่า

สำหรับครอบครัวใดก็ตามที่กำลังวางแผนจะมีบุตรนั้นแน่นอนว่าก็คงต้องหาข้อมูลรายละเอียดต่าง ๆ เพื่อเตรียมการให้พร้อม ทั้งนี้ก็เพราะว่าในปัจจุบันนั้นการมีบุตร 1 คนควรที่จะมีด้วยความพร้อมจริง ๆ เพื่อที่เรานั้นจะได้ดูแลให้เขาเติบโตขึ้นมาเป็นเด็กที่มีคุณภาพนั่นเอง และสำหรับใครก็ตามที่ตั้งครรภ์แล้วนั้นก็ควรที่จะไปดำเนินการฝากครรภ์ ให้เรียบร้อย รวมถึงควรที่จะปรึกษาแพทย์ด้วยว่า ควรที่จะปฏิบัติตนอย่างไรสำหรับคนท้อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการกินอาหาร การทำกิจกรรมต่าง ๆ การสังเกตอาการผิดปกติ หรือดำเนินการวางแผนในขั้นตอนต่อไปว่าควรจะทำอะไร
ซึ่งถ้าหากว่าคุณแม่ได้ปฏิบัติตัวตามที่คุณหมอแนะนำนั้น พัฒนาการเด็ก ก็จะมีการเจริญเติบโตอย่างสมบูรณ์แข็งแรงอย่างแน่นอน ซึ่งถ้าหากว่าเขาเกิดมาแล้วนั้นแน่นอนว่าขั้นตอนต่อไปก็คือ การตั้งชื่อลูก ซึ่งในปัจจุบันการตั้งชื่อลูกตามวันเกิด นั้นถือว่าเป็นเรื่องที่นิยมกันเป็นจำนวนมาก เพราะเชื่อว่าเป็นการเสริมสิริมงคลให้กับลูกของเรานั้นเอง และสำหรับในวันนี้ใครก็ตามที่ยังสงสัยในเรื่องของการ นับอายุครรภ์ นั้นเราก็มีข้อมูลรายละเอียดมาฝากเพื่อน ๆ ทุกคนกันด้วย
ซึ่งการนับอายุครรภ์ของคุณแม่นั้นจะเริ่มนับตั้งแต่วันแรกของประจำเดือนครั้งสุดท้าย (ไม่ใช่เริ่มนับจากวันสุดท้ายของการมีประจำเดือนครั้งล่าสุด) โดยในการกำหนดคลอดแบบปกติ (ไม่ใช่การคลอดก่อนกำหนด) ก็จะมีอายุครรภ์อยู่ที่ 40 สัปดาห์หรือ 280 วันก่อนจึงเริ่มกำหนดคลอด และสำหรับอายุครรภ์ครบรอบ 1 เดือนนั้นจะเทียบเท่ากับ 4 สัปดาห์ โดยเราจะไม่รับเทียบกับเดือนปฏิทิน โดยปกติเท่านั้นผู้หญิงจะมีการตกไข่เกิดขึ้นประมาณ 2 สัปดาห์ หลังจากที่มีประจำเดือนวันแรกและในการปฏิสนธินั้นก็จะเกิดขึ้นหลังจากวันตกไข่ไม่นานฉะนั้นอายุครรภ์มากกว่าวันที่ปฏิสนธิประมาณ 2 สัปดาห์ฉะนั้นใครก็ตามที่นับอายุครรภ์จากวันที่มีเพศสัมพันธ์นั้นต้องบวกอีก 2 สัปดาห์เพื่อให้ได้อายุครรภ์ที่ถูกต้องนั่นเอง
โดยหมอก็จะนับอายุครรภ์ด้วยการคำนวณวันกำหนดคลอด หรือ Expected date of delivery หรือ EDD โดยนับบจากวันแรกของการมีประจำเดือนครั้งสุดท้าย ยแล้วบวกไปอีก7 วัน แล้วนับต่อไปอีก 9 เดือนนั่นเอง และเมื่อเรารู้วันกำหนดคลอดแล้ว โดยส่วนใหญ่ก็จะมีความกังวล เพราะอาจจะไปคิดในเรื่องของเชื่อในศาสตร์ด้านตัวเลข แต่ทว่าความจริงแล้วผู้ที่จะคลอดได้ตรงวันที่กำหนดนั้นมีอยู่เพียง 5-6% เท่านั้น เพราะโดยส่วนใหญ่จะคลอดก่อนประมาณ 1 สัปดาห์ หรือหลังจากวันครบกำหนดคลอด
ทั้งนี้ในทางการแพทย์นั้นหากเราคลอดก่อนหรือหลังกำหนดวันคลอด 2 สัปดาห์ หรือระหว่าง 38 สัปดาห์ หรือ 42 สัปดาห์ นั้นจะยังอยู่ในระยะที่ถือว่าเป็นการคลอดครบกำหนดอยู่ ฉะนั้นไม่ต้องกังวลว่าลูกจะมีสุขภาพไม่แข็งแรง และถ้ากังวลว่าทำไมถึงไม่เข้าสักทีนั้นเราก็ต้องเข้าใจด้วยว่า คนที่มีประจำเดือนมาไม่สม่ำเสมออาจจะกำหนดคลาดเคลื่อนไปได้ ถ้าห่างกันมากกว่า 28 วัน ก็อาจจะคลอดช้ากว่ากำหนด แต่ถ้าห่างกันน้อยกว่า 28 วัน ก็อาจจะคลอดก่อนวันที่กำหนดไว้นั่นเอง

0
February 1, 2020