
เครื่องชงกาแฟแคปซูลคือตัวเลือกใหม่ที่เข้ามาช่วยให้ชีวิตของผู้คนสะดวกสบายมากขึ้น การดื่มกาแฟในสมัยก่อนคือเรื่องยุ่งยาก ตั้งแต่การคัดเลือกเมล็ดกาแฟจากแหล่งปลูกที่ดี
ประโยชน์กาแฟดำ ผ่านกรรมวิธีการบ่มและคั่วอย่างพิถีพิถันเพื่อให้ได้รสชาติกาแฟที่เข้มข้นหอมกรุ่น และเมื่อจะดื่มก็ต้องนำเม็ดกาแฟมาบดก่อนชงด้วยเครื่องหรือตัวกรองที่ดี เพื่อให้ได้รสชาติกาแฟแบบเต็มรสชาติ ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่ยุ่งยากไม่น้อย แม้ว่าในปัจจุบันจะมีร้านที่ให้บริการชงกาแฟพร้อมดื่มกระจายอยู่ทั่วไป แต่ก็อาจจะได้กาแฟรสชาติที่ไม่ถูกปากนัก หรือมีราคาแพงเกินกว่าที่จะซื้อหามาดื่มได้ทุกวัน ซึ่งเครื่องชงกาแฟแบบแคปซูลถือเป็นตัวช่วยที่จะมาแก้ไขปัญหาต่าง ๆ เหล่านี้ได้ดี แต่เนื่องจาก เครื่องชงกาแฟแคปซูล นั้นมีหลากหลายรุ่นให้เลือก จนอาจสับสนไม่แน่ใจว่าจะซื้อเครื่องใดมาใช้งานดี จึงอยากจะขอแนะนำวิธีการเลือกง่าย ๆ ดังต่อไปนี้
1. พิจารณาจากปริมาณการดื่ม การดื่มกาแฟของแต่ละคนนั้นมีความแตกต่างกันไป บางคนอาจดื่มเพียงวันละแก้ว ในขณะที่บางคนอาจดื่มมากกว่า 3 แก้วต่อวัน หรือในบางกรณีหากนับรวมสมาชิกทุกคนในบ้านหรือองค์กรก็จะเป็นปริมาณการดื่มที่หลายแก้วต่อวัน ซึ่งหากเป็นเช่นนั้นก็ควรเลือกเครื่องสำหรับชงกาแฟ
Nespresso Capsuleที่สามารถชงกาแฟได้รวดเร็ว และปรุงกาแฟได้หลากหลายรสชาติ เพื่อให้ถูกปากสมาชิกทุก ๆ คนในบ้าน และองค์กรที่ใช้เครื่องชงกาแฟนี้ร่วมกัน
2. ราคาเครื่องและราคาของแคปซูลกาแฟ แพงก็ไม่ใช่ว่าจะดีเสมอไป ให้เราเลือกเครื่องชงกาแฟที่ดีทั้งคุณสมบัติ และราคาควรสามารถตอบสนองต่อการใช้งานได้ดี สามารถดูแลรักษาได้ง่ายไม่ยุ่งยาก และมีกาแฟ Nespresso ให้เลือกรสชาติกลมกล่อมให้เลือกดื่มได้หลากหลาย เพราะราคาของกาแฟแบบแคปซูลแต่ละแก้วนั้นมีราคาถูกกว่าการซื้อจากร้านกาแฟเป็นอย่างมาก
3. ขนาดของเครื่องชง การเลือกเครื่องชงกาแฟควรเหมาะสมกับพื้นที่ขนาดของที่วางที่บ้าน หรือที่ทำงาน จะได้ไม่กินพื้นที่มากเกินไป ใครมีพื้นที่น้อย หรือต้องการเครื่องชงกาแฟที่สามารถพกไปไหนด้วยก็มีเครื่องชงกาแฟแบบแคปซูลที่มีขนาดเล็กอย่าง Essenza mini ที่ใช้พื้นที่ไม่มาก แต่ชงกาแฟได้หลากหลายจึงเหมาะสมกับการใช้งานเป็นอย่างมาก
จาก 3 เทคนิคเลือกเครื่องชงกาแฟแคปซูลให้ ให้ลองดูปัจจัยทั้งจำนวนการแฟที่ดื่มแต่ละวัน กาแฟแก้วโปรดของเราแต่ละคนเป็นแบบไหน เหมาะสมกับงบประมาณที่มี จะได้เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของเรา