ปวดศีรษะ 4 สไตล์… อันตรายที่ไม่ควรมองข้าม

0

คุณเคยรู้สึกปวดศีรษะแบบไม่มีสาเหตุไหม นั่นอาจบ่งชี้ถึงโรคร้ายแรง เช่น เลือดออกใต้เยื่อหุ้มสมอง เส้นเลือดในสมองผิดปกติ หรือแม้แต่สมองขาดเลือด เรามาแนะนำหนทางช่วยให้คุณทราบถึงต้นเหตุการปวด และผู้เชี่ยวชาญสามารถให้คำแนะนำแนวทางป้องกันก่อนเกิดโรคร้ายที่คุณเองก็อาจคาดไม่ถึง

#อย่าปล่อยให้ปวด 

people-2568886_1920

อาการปวดคือสัญญาณอันตรายที่คุณไม่ควรมองข้าม ในโอกาสครบรอบ 30 ปี โรงพยาบาลพญาไท 2 ปล่อยแพคเกจ “ตรวจคัดกรองปวดศีรษะ” เช็คเพื่อป้องกันก่อนเกิดโรคร้ายแรง ภายใต้แคมเปญ “ไม่อยากให้ใครป่วยมาโรงพยาบาล” ซึ่งมีบริการตรวจสุขภาพรายการอื่นๆ 30 แพคเกจ ครอบคลุมทุกช่วงวัยชีวิต

แบบไหนถึงเรียก ‘ปวด’ จริงจัง 

นายแพทย์ บัญชา เสียมหาญ อายุรแพทย์ระบบประสาท ศูนย์ระบบประสาทสมองและไขสันหลัง  โรงพยาบาล พญาไท 2 เผยว่า…

“อาการปวดศีรษะ ส่วนใหญ่อาจไม่ได้เกิดจากโรคร้ายแรง แต่ถ้าผู้ป่วยมีอาการคร่าวๆ ดังต่อไปนี้ ควรรีบมาพบแพทย์ทันที เช่น อยู่ดีๆ ก็ปวดศีรษะแบบขั้นรุนแรงทันทีทันใด หรือเวลาปวดศีรษะทุกครั้งจะปวดมากขึ้นเรื่อยๆ และไม่ตอบสนองต่อการรักษาใดๆ ทั้งสิ้น รวมถึงอาการปวดศีรษะเป็นไข้ร่วมกับต้นคอแข็ง และสุดท้ายอาการปวดมักเกิดร่วมกับอาการทางระบบประสาท อย่างแขนขาอ่อนแรง สับสน มึน งง บุคลิกภาพเปลี่ยนแปลง เป็นต้น”

doctor-mar-buncha

4 ปวด 4 สไตล์ อันตรายต่างกัน

อาการปวดศีรษะนั้นมี 4 แบบ แต่ละแบบนำไปสู่ภาวะหรือสาเหตุแห่งโรคที่แตกต่างกัน

ปวดศีรษะแบบตึงตัว (Tension Type Headache)

อาการการปวดแนวนี้พบบ่อยที่สุด คนทั่วไปก็สามารถเป็นได้ เกิดจากความเครียด เหนื่อย ทำงานหนัก ลักษณะการปวดจะแน่นๆ รัดๆ ทั้งสองข้าง มีความรุนแรงน้อยถึงปานกลาง

ปวดศีรษะไมเกรน (Migraine Headache)

อาการปวดแบบนี้มักพบบ่อยกับวัยทำงาน ลักษณะการปวดจะรุนแรงปานกลางถึงรุนแรงมาก มักปวดเป็นระยะเวลานาน 4 ชั่วโมงขึ้นไป ปัจจัยอย่าง แสง เสียง สี และกลิ่นจะยิ่งเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดอาการคลื้นไส้อาเจียน

ปวดศีรษะแบบกลุ่ม (Cluster Headache)

อาการปวดประเภทนี้จะพบในเพศชายมากกว่าเพศหญิง  จะมีอาการปวดบริเวณรอบดวงตาหรือขมับข้างใดข้างหนึ่ง เป็นอาการปวดแบบรุนแรงจนทำให้ผู้ป่วยกระสับกระส่าย มีอาการระบบประสาทร่วมอยู่ด้วย เช่น มีตาแดง มีน้ำตาไหล มีน้ำมูก และเหงื่อออก เป็นต้น

ปวดศีรษะแบบเรื้อรังทุกวัน (Choronic Daily Headache)

เป็นสไตล์ที่ปวดเป็นระยะเวลานาน อย่างน้อย 15 วันต่อเดือน ส่วนหนึ่งอาจเกิดจากการรับประทานยาเกินขนาด หรือกินยาผิดประเภท หรือไม่ก็เกิดจากภาวะไซนัสอักเสบ อาการเกี่ยวกับหลอดเลือดในสมอง หรือโรคมะเร็งก็เป็นอีกสาเหตุที่ทำให้ปวดเรื้อรังฉะนั้นผู้ป่วยควรรีบปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ


อย่าปล่อยให้ปวด

พฤติกรรมเสี่ยงในการใช้ชีวิตประจำวันของคุณอย่างการเคี้ยวหมากฝรั่ง รับประทานอาหารหวาน เช่น ช็อกโกแลต ชีส หรืออยู่ในพื้นที่ที่มีอุณหภูมิสูงและแดดจ้า สิ่งเหล่านี้คือตัวกระตุ้นชั้นดี ที่ทำให้เกิดอาการปวดศีรษะ แต่เราสามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมประจำวันเหล่านี้ได้ดังนี้

  1. นวดบริเวณขมับ เพื่อบรรเทาอาการปวด นี้ถือเป็นอีกหนึ่งวิธีที่จะช่วยให้คุณผ่อนคลายเฉพาะจุดที่ปวดและอาจทำให้อาการปวดเบาบางลง
  2. อยู่ในแสงไม่จ้าเพราะบางครั้งแสงไฟก็เป็นตัวกระตุ้นอาการปวดศีรษะ จากเดิมที่ปวดอยู่แล้ว ก็จะปวดมากยิ่งขึ้น ลองปิดไฟ แล้วเปิดเฉพาะดวงที่จำเป็น

วันนี้-30 สิงหาคม 2560 พบกับโปรแกรมตรวจคัดกรองศีรษะ(Headache Screening)ราคา 15,000 บาท (รวมค่าแพทย์และค่าบริการโรงพยาบาลแล้ว)  สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ที่ศูนย์ระบบประสาทสมองและไขสันหลัง โรงพยาบาล พญาไท 2 ชั้น 4 อาคาร 1 เปิดบริการทุกวัน เวลา08.00 – 17.00  น.Phyathai Call Center 1772 หรือ 0-2467-1111 ต่อ 7451, 4484 #อย่าปล่อยให้ปวด 

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *