“การทำหมัน” เป็นการคุมกำเนิดที่มีประสิทธิภาพสูง ประหยัด ปลอดภัย เหมาะสำหรับผู้ที่มีบุตรเพียงพอแล้ว หรือมีข้อห้ามในการตั้งครรภ์ การทำหมันหญิงเป็นการทำให้ท่อนำไข่ทั้ง 2 ข้างอุดตันมีผลให้ตัวอสุจิไม่สามารถปฏิสนธิกับไข่ได้ สำหรับคุณแม่ท้องที่อยากปิดอู่ “ทำหมันหลังคลอด” ก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจค่ะ
การทำหมันหญิง สามารถแบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ ๆ
- การทำหมันหลังคลอด (การทำหมันเปียก)
- การทำหมันปกติ (การทำหมันแห้ง)
ซึ่งในครั้งนี้เราขอโฟกัสไปที่การทำหมันหลังคลอดนะคะ
“การทำหมันหลังคลอด” (การทำหมันเปียก)
เป็นการทำหมันภายใน 6 สัปดาห์หลังคลอด ซึ่งถือเป็นช่วงเวลาการทำหมันหญิงที่ทำมากที่สุด โดยสามารถทำได้พร้อมกับการผ่าตัดคลอด หรือทำภายหลังไม่กี่วันจากคลอดทางช่องคลอด โดยมากนิยมทำในช่วง 48 ชั่วโมง หลังคลอด เนื่องจากสามารถทำได้ง่าย แผลผ่าตัดเล็ก เพราะมดลูกยังมีขนาดโตลอยอยู่ในช่องท้องเหนืออุ้งเชิงกราน ทำให้สามารถหาท่อนำไข่ 2 ข้างได้ง่าย วิธีที่นิยมคือ การผูกท่อนำไข่ และตัดท่อนำไข่บางส่วนออกทั้งสองข้างโดยลงแผลผ่าตัดใต้สะดือ ขนาดแผลยาวประมาณ 2-5 เซ็นติเมตร โดยทั่วไปใช้เวลาในการทำประมาณ 10-15 นาทีเท่านั้น
ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการทำหมันหญิงที่หลายคนอาจไม่รู้หรือเข้าใจผิด
- การทำหมันไม่ทำให้ความรู้สึกทางเพศเปลี่ยนแปลง ไม่ทำให้ระดับฮอร์โมนเพศผิดปกติ
- การทำหมันไม่มีผลต่อระดู กล่าวคือ สามารถมีประจำเดือนได้ตามปกติ
การทำหมันเป็นการทำผ่าตัดง่าย ๆ ใช้เวลาไม่นานและค่อนข้างปลอดภัย แต่ก็มีคุณแม่บางรายที่อาจเกิดภาวะแทรกซ้อนบางประการ เช่น การติดเชื้อ การเสียเลือด หรือบาดเจ็บต่ออวัยวะภายใน เช่น ลำไส้ กระเพาะปัสสาวะ กรบาดเจ็บต่อเส้นเลือดใหญ่ แต่ปัญหาเหล่านี้พบได้น้อย นอกจากนี้ยังมีข้อควรระวัง คือ อาจพบการตั้งครรภ์หลังการทำหมัน ซึ่งเป็นได้ทั้งการตั้งครรภ์ในมดลูกและการตั้งครรภ์นอกมดลูก ดังนั้นหลังทำหมันหากระดูไม่มาตามกำหนด และมีเลือดออกผิดปกติทางช่องคลอด ควรรีบไปพบแพทย์
การทำหมันหลังคลอดเป็นการคุมกำเนิดถาวร หากต้องการตั้งครรภ์ ต้องมาผ่าตัดแก้ไข ซึ่งมีค่าใช้จ่ายสูง และอัตราการประสบความสำเร็จจากการแก้ไขต่ำ ฉะนั้นก่อนคิดจะทำควรพิจารณาให้ถี่ถ้วนเสียก่อน