5 ผลไม้แบบไทยๆ กินปุ๊บ หายร้อนปั๊บ

0

เคยได้ยินเรื่อง ‘อาหารฤทธิ์เย็น’ กันมั้ยล่ะ บางคนอาจไม่ค่อยคุ้นหูเท่าไหร่ แต่นี่ล่ะคือภูมิปัญญาการกินดับร้อนแบบไทยๆ ที่คลายความทรมานจากอุณหภูมิที่พุ่งสูงขึ้นทุกๆ วันได้ชะงัดเลยทีเดียว

อาหารฤทธิ์เย็นมีอยู่มากมายในบ้านเรา โดยมากคืออาหารที่มีน้ำมาก กินแล้วจะช่วยลดความร้อนในร่างกาย นอกจากหน้าร้อนที่คนไทยหันมาพึ่งพาอาหารเหล่านี้แล้ว ยามที่ร่างกายร้อนเกินไป เช่น จากไข้ หรือกินอาหารที่เผ็ดร้อนมากๆ ก็สามารถกินอาหารเหล่านี้เพื่อรักษาอุณหภูมิในร่างกายให้เป็นปกติได้เหมือนกัน

แตงโม

ผลไม้แก้ร้อน (1)

เนื้อสีแดงชุ่มฉ่ำของแตงโมของนอกจากจะช่วยดับกระหายแล้ว ตำราไทยยังบอกว่าจะช่วยในเรื่องของเลือด ทำให้เลือดลมไหลเวียนดี ช่วยบรรเทาอาการกระเพาะปัสสาวะอักเสบ ซึ่งเป็นโรคที่พบได้ค่อนข้างบ่อยในผู้หญิง และยังช่วยลดความดันโลหิตได้อีกด้วย

——————————————————————————-

แตงไทย

ผลไม้แก้ร้อน (3)

เอกลักษณ์เด่นๆ ของผลไม้ตระกูลแตงเกือบทุกประเภทก็คือเนื้อที่ฉ่ำน้ำ ช่วยดับกระหายคลายร้อนได้เป็นอย่างดี และในส่วนของแตงไทยเองก็ยังมีฤทธิ์ช่วยคลายความหงุดหงิด แต่กินมากเกินไปก็ไม่ดี เพราะผลไม้ชนิดนี้มีฤทธิ์ขับปัสสาวะและเป็นยาระบายอ่อนๆ ด้วย

——————————————————————————-

แห้ว

ผลไม้แก้ร้อน (5)

ถึงเนื้อแห้วจะไม่มีน้ำเป็นส่วนประกอบเยอะ แต่ตำราไทยบอกว่าการที่มันขึ้นอยู่ในน้ำทำให้แห้วมีฤทธิ์เย็นกินเข้าไปปรับสมดุลลดความร้อน แก้ร้อนใน กระหายน้ำและคออักเสบได้ แถมยังช่วยย่อยอาหารบำรุงสมอง และบำรุงให้ผิวพรรณสดใสขึ้นอีกด้วย

——————————————————————————-

แก้วมังกร

ผลไม้แก้ร้อน (4)

นอกจากรสชาติหวานอมเปรี้ยวจะช่วยเรียกคืนความสดชื่น ผ่อนคลายความเหนื่อยล้าจากอากาศที่ร้อนอบอ้าวได้แล้วแก้วมังกรยังช่วยเสริมสร้างการทำงานของระบบกำจัดของเสียในร่างกายให้ดียิ่งขึ้น ทั้งยังอุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุอีกนานาชนิด ทั้งแคลเซียม ฟอสฟอรัส ธาตุเหล็ก วิตามินบี 1 บี 2 บี 3 แต่ที่เยอะมากที่สุดก็คือวิตามินซี

——————————————————————————-

พุทรา

ผลไม้แก้ร้อน (2)

ผลสุกของพุทรามีรสฝาดเปรี้ยว ช่วยขับร้อนและเป็นยาบำรุงเลือด บำรุงร่างกาย บำรุงระบบประสาท บรรเทาอาการนอนไม่หลับ ทั้งยังมีผลการวิจัยพบว่าผู้ที่กินพุทราเป็นประจำ โอกาสที่ผนังเส้นเลือดจะแข็งตัว ผนังเส้นเลือดหัวใจตีบตัน หรือเส้นเลือดในสมองแตกยังลดลงอีกด้วย

ของดีไทยแลนด์แบบนี้ไม่ลองได้ไง ถูกมั้ยคะ ^^

 

ที่มา

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *