“คางทูม” โรคพบบ่อยในฤดูหนาว

0

“โรคคางทูม”

หรือ Mumps, Epidemic Parotitis เป็นโรคติดต่อเฉียบพลันทางระบบทางเดินหายใจ เกิดจากเชื้อไวรัสในกลุ่ม Paramyxovirusซึ่งก่อให้เกิดการอักเสบของต่อมน้ำลายขนาดใหญ่ซึ่งอยู่บริเวณแก้มหน้าหู เหนือขากรรไกร ที่เรียกว่า ต่อมพาโรติด (Parotid Glands) ความที่มีการอักเสบของต่อมน้ำลายที่อยู่บริเวณกกหูทำให้ที่บริเวณคางบวม แก้มโย้ลงมาที่คาง จึงได้ชื่อว่า “คางทูม”

คางทูม

ต่อมพาโรติดเป็นต่อมคู่ มีทั้งข้างซ้ายและข้างขวา โรคคางทูมอาจเกิดกับต่อมน้ำลายเพียงข้างเดียวหรือทั้งสองข้างได้ รวมทั้งอาจเกิดกับต่อมน้ำลายอื่นได้ เช่น ต่อมน้ำลายใต้ขากรรไกร ต่อมน้ำลายใต้คาง ถ้ายิ่งเป็นมากต่อม อาการก็ยิ่งมากแต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเมื่อเกิดกับต่อมน้ำลายอื่นๆ มักต้องเกิดร่วมกับการอักเสบของต่อมพาโรติดด้วยเสมอเมื่อเชื้อเข้าไปในร่างกายก็จะแบ่งตัว และเข้าสู่กระแสโลหิต ก่อนจะแพร่ไปยังอวัยวะต่างๆ รวมทั้งต่อมน้ำลาย ทำให้ต่อมน้ำลายและอวัยวะต่างๆ อักเสบ

โรคคางทูมเป็นโรคติดต่อชนิดรวดเร็ว โดยการสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วย โดยการไอ จาม หรือหายใจรดกัน เชื้อ โรคจะปนออกมากับนํ้าลาย เสมหะของผู้ป่วย รวมถึงการสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วย โดยการไอ จาม หรือหายใจรดกัน เชื้อ โรคจะปนออกมากับนํ้าลาย เสมหะของผู้ป่วยระยะที่ติดต่อได้ง่าย คือ 1-7 วัน ก่อนมีอาการบวมของต่อมน้ำลาย ไปจนถึง 5-10 วัน หลังจากมีการบวมของต่อมน้ำลาย

อาการของผู้ป่วยโรคคางทูมได้แก่ เป็นไข้ อ่อนเพลีย ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยตามตัว เบื่ออาหาร รู้สึกปวดในหูหรือบริเวณหลังหูขณะเคี้ยวหรือกลืนอาหาร จากนั้น 1-3 วันต่อมา จะมีอาการบวมที่ข้างหูหรือขากรรไกรจนไม่สามารถเคี้ยวหรืออ้าปากได้ถนัดโดยเฉพาะอาหารรสเปรี้ยวจะทำให้ปวดมากเป็นพิเศษ ผู้ป่วยคางทูมส่วนใหญ่จะมีอาการคางบวมทั้ง 2 ข้าง โดยเป็นข้างหนึ่งก่อน แล้วจะเป็นอีกข้างตามมา

โรคนี้มักพบบ่อยในเด็กอายุ 6-10 ปี ส่วนวัยต่ำกว่า 3 ขวบ หรือผู้ใหญ่วัย 40 อัพ จะไม่ค่อยพบคางทูมเป็นโรคไม่รุนแรง มักหายได้เองภายใน 7-10 วัน โดยเฉพาะในเด็กปฐมวัยแต่ถ้าเป็นในผู้ใหญ่จะมีอาการรุนแรง และมีโรคแทรกซ้อนได้บ่อยกว่าในเด็ก(ผลข้างเคียงแทรกซ้อนที่อาจพบได้ เช่น โรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบ ในผู้ชาย อาจพบการอักเสบของอัณฑะ ในผู้หญิง อาจมีการอักเสบของรังไข่) โดยผู้ป่วยเมื่อหายแล้วจะมีภูมิคุ้มกันไปตลอดชีวิต สำหรับวิธีป้องกันโรคคางทูมที่มีประสิทธิภาพ คือ การฉีดวัคซีนMMR

1 comment

  1. Pingback: “คางทูม” โรคพบบ่อยในฤดูหนาว - Kaijeaw.com

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *