“ตาปลา” โรคสุดน่ารำคาน ทำชีวิตประจำวันกระทบ!

0

เมื่อเกิดตุ่มแข็งขึ้นที่บริเวณมือหรือเท้าหลายคนมักสับสนว่ามันคือ “หูด” หรือ “ตาปลา” กันแน่ เพราะลักษณะที่คล้ายคลึงกันอาจทำให้เข้าใจผิด ทั้งที่แท้จริงแล้วทั้งสองโรคแตกต่างกันมากพอสมควรเลย แล้วจะช้าอยู่ใย ไปทำความรู้จัก “โรคตาปลา” กันเถอะ

“โรคตาปลา” (Corns)

เป็นโรคที่เนื้อเยื่อชั้นบนของผิวหนังมีการหนาตัวและนูนขึ้นมาเป็นตุ่มเล็กๆและมักมีอาการเจ็บ พบบ่อยบริเวณมือและเท้า โรคผิวหนังนี้เกิดจากการเสียดสีเรื้อรังบริเวณผิวหนังจึงไม่ใช่โรคติดต่อซึ่งแตกต่างจากโรคหูดตาปลาที่เกิดนี้แม้จะสามารถทำให้เกิดการเจ็บปวดได้ แต่ก็ไม่ได้มีการติดเชื้อและทำให้เท้าเกิดการอักเสบรุนแรงแต่อย่างใด

corns

ทั้งนี้สาเหตุของโรคตาปลาแบ่งกว้างๆ ได้เป็น…

  1. สาเหตุจากการกระทำของเราได้แก่ การใส่รองเท้าที่คับและแน่นเกินไป หรือไม่ใส่รองเท้าเวลาเดิน ใช้มือทำงานบางอย่างบ่อยๆเป็นเวลานานเช่น ร้อยพวงมาลัยและใช้นิ้วมือถูกับเข็มร้อยมาลัยบ่อยๆ เขียนหนังสือมากหรือออกแรงใช้นิ้วกดทับปากกา หิ้วถุงหนักๆโดยใช้นิ้วมือ เป็นนักกีฬา ยิมนาสติก เป็นต้น
  2. สาเหตุจากความผิดปกติของร่างกายได้แก่ มีเท้าผิดรูปทำให้เวลาเดินบางตำแหน่งของเท้าจะรับน้ำหนักและถูกกดทับมากกว่าปกติ, มีความผิดปกติมีปุ่มกระดูกยื่นหรือนูนออกมาทำให้เกิดการเสียดสีเวลาใช้งานได้, การมีน้ำหนักเกินก็จะทำให้เท้ารับน้ำหนักมากเกินไป เกิดแรงกดทับบางตำแหน่งมากกว่าปกติ เป็นต้น

ตาปลาแบ่งเป็น 2 ชนิด ตาปลาชนิดมีจุดที่กดแข็งอยู่ตรงกลางตุ่มนูนหรือที่เรียกว่า Corns กับตาปลาชนิดไม่มีจุดกดแข็งอยู่ตรงกลางตุ่มนูนหรือที่เรียกว่า Callus

การป้องกันตนเองจากโรคตาปลา

  • หลีกเลี่ยงการใส่รองเท้าส้นสูงหรือหัวแหลม เนื่องจากจะเกิดการเสียดสีได้ง่าย
  • เลือกใส่รองเท้าให้พอดี ทั้งนี้อาจหาแผ่นรองเท้ามารองในรองเท้า
  • เลือกรองเท้าสวมใส่กับกิจกรรมที่เหมาะสม
  • หากกระดูกเท้าของเรายื่นออกมามากกว่าปกติหรือผิดรูป ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญรักษาให้ตรงจุด, สำหรับผู้มีน้ำหนักเกินควรลดน้ำหนักเพื่อลดแรงกดทับลงมายังฝ่าเท้า

เป็นโรคที่ไม่ได้ร้ายแรงอะไร แต่ก็สร้างความรำคานใจและส่งผลกระทบกับการใช้ชีวติประจำวันเราได้ ยังไงก็ต้องระวังอย่าให้เป็นกันนะคะ :)

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *