ปลายฝนต้นหนาว เสี่ยงหวัดลามปอดบวม ไม่ระวังถึงชีวิต!

0

ประเทศไทยกำลังก้าวสู่ช่วงปลายฝนต้นหนาว อากาศเริ่มเย็นลงและบางพื้นที่ยังมีฝนตกอยู่ ด้วยหลายๆ ปัจจัยที่ประกอบกันทำให้เป็นช่วงที่เสี่ยงต่อการเจ็บป่วยด้วย 2 โรคที่พบบ่อย โรคไข้หวัดใหญ่ และโรคปอดบวมโดยในปีนี้

ทั่วประเทศพบผู้ป่วย 2 โรคนี้กว่า 2.6 แสนคน เสียชีวิตเกือบ 300 ราย!

ถ้าไม่อยากกลายเป็น 1 ใน 2.6 แสนคน หรือเลวร้ายขนาดเป็น 1 ใน 300 คนแล้วล่ะก็… มาดามแนะนำว่าเราไปทำความรู้จักกับ 2 โรคที่ดูเหมือนเล็กแต่ร้ายกันก่อนดีกว่า

Woman sitting up in bed and sneezing

“โรคไข้หวัดใหญ่”

เกิดจากเชื้อไวรัสมีหลายสายพันธุ์ เชื้อจะอยู่ในน้ำมูก น้ำลาย เสมหะของผู้ป่วย ติดต่อได้ง่ายจากการไอหรือจาม หรือเชื้อติดมากับมือ

อาการของโรคมักจะเกิดขึ้นด้วยอาการมีไข้ ปวดศีรษะ อ่อยเพลีย เบื่ออาหาร คัดจมูก มีน้ำมูกใสๆ ไอ ประมาณ 2–4 วัน อาการจะค่อยๆ ดีขึ้น หากป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่ ควรพักผ่อนให้มากๆ หยุดเรียน หยุดทำงาน สวมหน้ากากอนามัย หากไข้ไม่ลดลงภายใน 2 วันเสี่ยงมีอาการแทรกซ้อนขอให้พบแพทย์


 

“โรคปอดบวม”

เป็นโรคที่มีการติดเชื้อหรืออักเสบของปอด เกิดได้จากการติดเชื้อโรคต่างๆ เช่น เชื้อไวรัส เชื้อแบคทีเรีย หรือเชื้อรา หรืออาจ เกิดจากได้รับสารเคมี ยาบางอย่าง

โดยโรคนี้ถือเป็นสาเหตุการตายอันดับหนึ่งของโรคติดเชื้อทั้งหมด มักเกิดแทรกซ้อนตามหลังโรคทางเดินหายใจ เช่น ไข้หวัด ไข้หวัดใหญ่ โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ที่มีภูมิต้านทานโรคต่ำ เช่น ผู้สูงอายุ เด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี ผู้ที่มีโรคประจำตัว โรคหัวใจ เบาหวาน ความดันโลหิตสูง มะเร็ง ไตวาย เป็นต้น

อาการของโรคปอดบวมที่สำคัญ คือ ไอ เหนื่อย หายใจเร็ว ถ้าเป็นมากจะหายใจลำบาก ทั้งนี้ จากการติดตามข้อมูลการเฝ้าระวังโรคย้อนหลังพบว่าโรคปอดบวมพบผู้ป่วยสูงช่วงกรกฎาคมถึงพฤศจิกายนและมกราคมถึงมีนาคม นอกจากนี้ยังพบว่า จังหวัดที่มีรายงานผู้ป่วยสูงสุดส่วนใหญ่เป็นจังหวัดที่มีประกาศเตือนภัยหนาว


 

รู้แบบนี้แล้วก็ต้องระมัดระวังกันให้มากขึ้นนะคะ :)

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *